[iTranslation][INTERVIEW] 140709 Taeyang GQ KOREA, “To me” Part II

 

1

 

ตอนนี้เราเข้าสู่ครึ่งหลังของอัลบั้มนี้แล้ว ซึ่งเพลง This Ain’t It’ เป็นเพลงที่คาดไม่ถึงมากที่สุดในอัลบั้ม โดยส่วนตัว เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดด้วย

เพลงนี้เป็นเพลงที่คาดไม่ถึงสำหรับผมเช่นกัน ผมได้ยินโดยบังเอิญและก็รู้สึกชอบมันแต่ก็ยังไม่ได้ร้องครับ จนกระทั่งท่านประธานบอกว่าเพลงนี้จะบริสุทธิ์มากถ้าผมร้อง ดังนั้นผมจึงบอกกับท่านประธานว่าผมจะลองดูครับ

 

มันเป็นแนวเพลงที่แตกต่างจากอัลบั้มก่อนที่คุณเคยทำ และผมก็พบว่าวิธีการออกเสียงและการใช้ถ้อยคำในการอธิบายสิ่งต่างๆของคุณชัดเจนและมีชีวิตชีวา คุณรู้สึกอย่างไรเวลาร้อง?

ก็ไม่ค่อยชินครับ เนื่องจากมันไม่มีจังหวะ และคุณต้องพึ่งความรู้สึกของตัวเองไปจนจบเพลง ตอนแรกผมก็ทำพลาดครับ ผมพยายามร้องในแบบของผม จากนั้นผมก็พยายามร้องเหมือนกับผมกำลังร้องไห้ แต่ความรู้สึกบางอย่างนั้นบอบบาง จนรอบที่ห้า (ที่ร้อง) ผมถึงพบวิธีร้องของตัวเองครับ

 

ผมพบว่าการออกเสียงของคุณน่าสนใจมาก คุณออกเสียง (สระ) ออเป็นเสียงบางอย่างที่อยู่ระหว่าง (สระ) ออกับ อือโดยการใช้ภาษาพื้นเมืองของจังหวัดคย็องกี

มัน อืม… อย่างที่ผมบอกกับคุณแหละครับว่า ผมพยายามร้องเพลงในแบบของผมในตอนแรก แต่ผมก็คิดว่ามันยากจริงๆครับ คนที่ฟังคงคิดว่า “ทำไมต้องร้องเพลงด้วยสำเนียงทื่อๆแบบนั้นด้วย?” แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินแบบนั้นมาก่อนนะ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี มันเป็นไปตามธรรมชาติ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้พยายามร้องเพลงตามที่กำหนดไว้เพราะมันจะทำให้รู้สึกเหมือนถูกบังคับ ผมเพิ่งคิดได้หลังจากบันทึกเสียงเสร็จเหมือนกันครับว่า “ทำไมผมถึงออกเสียงอย่างนั้นนะ?”

 

นี่เป็นเรื่องขบขันที่นักร้องจากเมืองอึยจองบูสามารถเล่าได้เท่านั้นสินะ

(หัวเราะ) การออกเสียงเป็นสิ่งสำคัญมากๆครับ ผมไม่ได้หมายความว่าคุณต้องพูดให้ชัดตลอด มันเหมือนกับว่าคุณสามารถเข้าใจในสิ่งที่คุณแสดงออกมาโดยสัญชาติญาณ ซึ่งเพลง ‘This Ain’t It’ ก็เป็นเพลงที่ไม่คาดคิดสำหรับผมเหมือนกันครับ

 

เพลง ‘This Ain’t It’ เป็นเพลงแรกของคุณที่ผมฟังระหว่างทางกลับบ้าน ผมคิดว่ามีบางสิ่งที่ค่อนข้างจะมีความหมายกับคุณมากนะแทยัง

ใช่ครับ พอได้ยินคุณพูดแบบนั้น ผมก็รู้สึกดีนะ

 

คุณเคยพูดถึงการร้องเพลงร่วมก่อนหน้านี้ แต่เพลงถัดมาอย่าง  ‘Let Go’ ทำให้ผมนึกถึงโจยองพิล

ผมจำครั้งแรกที่ได้ยินทำนองของเพลงนี้ได้ ผมได้ยินมันระหว่างลงจากชั้นสามไปยังชั้นสอง ผมชอบทำนองของมันจริงๆครับ ผมเพิ่งมานึกถึงเพลงของรุ่นพี่โจยองพิล “โอ้ มันควรจะอย่างนั้น” แต่ผมก็ไม่ได้ใช้มันเป็นบรรทัดฐานหรืออะไร หลังจากนั้นผมก็คิดเรื่องการเปลี่ยนแผนการทำอัลบั้มนะ แต่ดูเหมือนว่าผมจะทำได้แค่คิดนั่นแหละครับ (หัวเราะ)

 

และก็ถึงคิวของเพลงสุดท้ายในอัลบั้มอย่าง ‘Love You To Death’ หลังจากที่ปล่อยอัลบั้ม คุณได้บอกในการแถลงข่าวว่าเพลงนี้คือเพลงโปรดของคุณ และเพลงนี้เกือบจะไม่ได้ใส่ลงไปในอัลบั้ม ผมคิดว่าเราสามารถตีความได้สองอย่าง นั่นก็คือ คุณเพิ่มเพลงนี้ลงไปเพราะว่ามันคือเพลงโปรดของคุณจากเพลงที่คุณต้องการทำจริงๆ หรือเพลงนี้ค่อนข้างจะเหมาะสมกับอัลบั้มนี้

เป็นความจริงครับที่บอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบ แต่จริงๆก็มีเพลงอื่นๆที่ผมชอบมากกว่าจากการทำงานร่วมกับ Happy Perez เหตุผลที่ผมเลือกเพลง ‘Love You To Death’ เพราะว่าเพลงนี้เหมาะกับอัลบั้มนี้ที่สุด นอกจากนี้ ผมยังชอบเนื้อเพลงด้วย มันน่าหลงใหลนะเวลาที่คุณบอกว่าคุณสามารถตายเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้ ดูเป็นสุภาพบุรุษดีครับ

 

2

3

 

คุณหลงใหลมัน?

ครับ

 

คุณเข้าใจบางอย่างหลังจากที่ผ่านประสบการณ์ด้านความรักมาแล้ว?

ผมก็คิดว่าอย่างนั้นนะครับ เวลาที่คุณชอบใครสักคน คุณจะร้อนรุ่มมากๆ ผมรู้ได้จากตัวเองเนี่ยแหละ ผมรู้ว่าผมควรควบคุมตัวเองล่วงหน้าเพื่อที่จะไม่ตกอยู่ในความรู้สึกนั้น

 

ถ้ามันเป็นเรื่องง่ายขนาดนั้น ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงมีเพลงรักมากมายบนโลกนี้ล่ะ?

ก็จริงนะ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย…

 

มีครั้งหนึ่ง ผมได้ฟังเพลงใน iTunes ซึ่งเพลง Wicked Games’ ของ The Weeknd นั้นเป็นเพลงที่ต่อจากเพลง ‘Love You to Death’ ของคุณ มันก็รู้สึกดีแปลกๆนะ เหมือนกับว่าหนังเรื่องหนึ่งได้จบลงและเริ่มต้นใหม่ในทางที่แปลกและใหม่?

ผมคิดว่า… ผมควรนำเสนออัลบั้มนี้ในทางที่แตกต่างกันนะครับ

 

คุณค่อนข้างรอบคอบนะ

คุณรู้ไหม อัลบั้มจะปล่อยเมื่อถึงเวลาปล่อย และคอนเสิร์ตก็จะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาเช่นกันนะครับ (หัวเราะ)

 

คุณกำลังทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นใช่ไหม?

ผมก็อยากทำนะ การกระตุ้นที่ใหญ่ที่สุดในการปล่อยอัลบั้มนี้คือการแสดง และเมื่อปล่อยอัลบั้มมาแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือแสดงครับ ผมคิดว่าหลังจากทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นแล้ว ผมจะสามารถแสดงคอนเสิร์ตในเกาหลีมากขึ้นครับ

 

แล้วสิ่งที่จะทำต่อไปคือ?

มันก็พูดยากนะครับ ไม่ว่าจะผ่านอัลบั้มนี้ หรือแต่ละการแสดง หรือแม้กระทั่งความเข้าใจผิดและการแก้ไขความเข้าใจผิด ผมก็หวังว่าขั้นตอนต่างๆเหล่านี้จะทำให้ผมได้เข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองในฐานะนักร้องครับ ผมคิดว่าผมอาจจะพบด้านที่แตกต่างของตัวเองมากขึ้นในอัลบั้มนี้ จะเรียกว่าความมั่นใจก็ได้นะครับ  บางทีนี่อาจจะเป็นภาพลักษณ์ที่ตัวผมเป็นคนสร้างเองก็ได้ แต่ผมไม่ชอบทำเพลงในขณะที่รู้สึกว่าความสนใจของทุกคนคือต้องการหาภาพลักษณ์ในตัวผมเท่านั้น ซึ่งเวลาที่มีโอกาสเข้ามา ผมก็อยากจะเผชิญหน้ากับมันดู  ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ของผม หรือปฏิกิริยาต่างๆ ผมคิดว่าผมก็ต้องไปทางนั้น ไม่ว่าจะต้องผ่านการต่อสู้ภายในหรือผ่านการเดินทาง สุดท้ายแล้ว อารมณ์และความรู้สึกของผมในฐานะนักร้องก็จะแข็งแกร่งขึ้น ผมอยากจะชักชวนคนอื่นๆด้วยเสียงเพลงและฉายภาพตัวเองอยู่ในนั้นครับ

 

ยิ่งกว่าคนอื่นๆ สำหรับผมนั้น ผมกำลังร้องเพลงให้กับตัวเอง” นี่คือความประทับใจที่ผมได้รับ

ใช่เลยครับ

 

คุณพอใจกับการเป็นนักร้องไหม แทยัง?

เมื่อก่อนตอนที่ผมทำเพลง ‘Where U At’ ผมคิดว่าผมพอใจกับความคิดที่ผมได้ทำในสิ่งที่ผมต้องการทำแล้ว แต่ถ้าคุณถามผมในตอนนี้ล่ะก็ ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันครับ แต่ผมสามารถบอกคุณได้ว่าผมชอบตัวเองที่เป็นนักร้องในตอนนี้ และผมคิดว่าผมจะชอบตัวเองมากขึ้นในอนาคตด้วย

 

ผมควรตะโกนว่า “สู้ๆนะ!” สินะ

(หัวเราะ) ก่อนที่ผมจะมองตัวเองในฐานะนักร้อง ผมจะมองและศึกษาคนที่ผมคิดว่าคือนักร้องจริงๆ ซึ่งรุ่นพี่โจยองพิลก็คือหนึ่งในนั้น นอกจากนี้ยังมีรุ่นพี่คิมชูจาอีกด้วยครับ หลังจากที่ผมได้ฟังเพลงในอัลบั้มของเธอ ผมรู้สึกว่าผมเริ่มจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างที่ผมไม่เคยเข้าใจมาก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมอาจจะคิดว่า “มันเจ๋งไปเลย ฉันอยากจะเป็นแบบนั้นจัง” แต่ตอนนี้ผมพบว่าความรู้สึกนั้นอยู่ในตัวผมแล้ว ผมคิดว่าผมมาถูกทางในฐานะนักร้องแล้วครับ

 

อัลบั้มของคิมชูจาปล่อยในวันเดียวกับอัลบั้มของคุณ ในฐานะผู้ฟังนั้น ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่ตลกจริงๆ

ผมไม่รู้จักรุ่นพี่คิมชูจามาก่อนครับ แต่หลังจากได้ฟังอัลบั้มของเธอแล้ว ผมก็รู้สึกประหลาดใจกับการแสดงความรู้สึกของเธอว่ามีนักร้องที่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเธอด้วยเหรอ มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันคือการร้องเพลงในแบบของคุณเอง ทำไมมันถึงสำคัญและยากขนาดนี้กันนะ? ความฝันของผมคือการทำเพลงและการแสดงที่สามารถโน้มน้าวคนอื่นโดยปราศจากข้อกังขาได้ครับ ผมมั่นใจว่าผมสามารถข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆได้ การไม่กลัวอะไรเลยมันก็ดูเท่ดีครับ นักร้องต้องการเป็นคนที่สุดยอดอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่านักร้องที่พยายามทำแบบนั้นเขาจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้คนนะ ไม่ค่อยมีคนสังเกตกันหรอก แต่เพราะอย่างนั้นแหละครับ มันทำให้มาตรฐานลดลงไป

 

สิ่งที่คุณทำได้นั่นก็คือก้าวไปข้างหน้าต่อไปในเส้นทางของคุณ คุณโชคดีนะที่สามารถเดินไปในเส้นทางกับคนอื่นที่โด่งดังได้รวมถึงคนอื่นๆที่เจ๋งๆด้วย

ครับ

 

ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าคุณไม่มีอะไรจะพูด?

เปล่านะครับ

 

เราควรพูดถึงสวนและการตกแต่งภายในดีไหม? คุณดูจดจ่อกับมันนะ

ครับ ผมย้ายไปอยู่บ้านที่มีสนาม ผมก็เลยเริ่มสนใจอะไรพวกนี้น่ะครับ มีโต๊ะที่ผมอยากได้ด้วย แต่มันมีราคาแพงไปผมจึงไม่คิดจะซื้อใหม่ แต่ผมได้ยินว่าคุณสามารถซื้อตอนราคามันถูกลงถ้าเป็นแบบวินเทจ

 

มีต้นบอนไซที่นี่ด้วยนะ

มันคือต้นซากุระครับ เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ดอกซากุระสัมผัสหัวใจผมในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้มากๆครับ ผมมองดูกลีบของมันร่วงลงไปตามพื้นถนนและคิดว่า “พวกมันบานเพียงปีละครั้งจากนั้นก็หายไปอย่างสวยงาม” ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย ดังนั้นผมจึงซื้อบอนไซและวางแผนว่าจะปลูกต้นซากุระในสนามของบ้านใหม่ผมด้วยครับ

 

4

 

Part 1 l Part 2 (Reading)

 

CREDIT

Source: http://www.gqkorea.co.kr

Eng Translated: Silly for alwaystaeyang.wordpress.com.

Thai Translated: moonoiaom

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS

Advertisements

One thought on “[iTranslation][INTERVIEW] 140709 Taeyang GQ KOREA, “To me” Part II

  1. Pingback: [iTranslation][INTERVIEW] 140709 Taeyang GQ KOREA, “To me” Part I | moonoiaom

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s