Posted in Interview

[INTERVIEW] คู่หูศิลปินเจป๊อปชื่อดัง YOASOBI เผยอิทธิพลจากอนิเมะสู่เรื่องเล่า (Jun 30, 2020)

 

YOASOBI ศิลปินเจป็อปที่โด่งดังมาจากเพลงเดบิวท์ “Yoru ni Kakeru” ที่ได้กวาดล้างชาร์ตเพลงญี่ปุ่นต่างๆราวกับพายุโหมกระหน่ำ คู่หูชาย-หญิงคู่นี้เกิดขึ้นเพราะโปรเจคของเว็บไซต์การเขียนผลงานออนไลน์อย่าง monogatary.com ซึ่งมีแนวคิดเป็นเอกลักษณ์ในการทำเพลงโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวที่ถูกส่งในเว็บไซต์

 

 

เพลง “Yoru ni Kakeru” ถูกปล่อยออกมาในเดือนธันวาคมปี 2019 ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Racing into the night” นั้น เป็นเพลงที่อ้างอิงมาจากเรื่องสั้น เรื่อง “Thanatos no Yuuwaku” (Seduction of Thanatos) ของ มาโยะ โฮชิโนะ ที่ได้บรรยายเรื่องราวความรักระหว่างชายหนุ่มผู้เล่าเรื่อง กับหญิงสาวที่พยายามจบชีวิตของตัวเองลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

เพลง “Yoru ni Kakeru” เผยครั้งแรกในรูปแบบวิดิโอสั้นในติ๊กต๊อกและในโซเชียลมีเดียรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งยังสามารถขึ้นนำชาร์ต Viral Top 50 (Japan) ของ Spotify ในเดือนมกราคมอีกด้วย ผลงานอนิเมชันวิดิโอนี้สร้างสรรค์โดย นีนะ ไอ นักศึกษามหาวิทยาลัยโตเกียว สาขาวิชาการออกแบบ ซึ่งตอนนี้มียอดผู้เข้าชมวิดิโอเกิน 30 ล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงวิดิโอเพลงจากคอนเทนท์ THE HOME TAKE ของนักร้องนำ ikura ที่อัพโหลดลงในช่องยูทูป THE FIRST TAKE เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งตอนนี้มียอดผู้เข้าชมเกิน 20 ล้านครั้งแล้วเช่นเดียวกัน

 

 

เพลงเปิดตัวของทั้งคู่ได้ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ของชาร์ต Billboard Japan Hot 100 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน และสามารถครองอันดับ 1 นานถึง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน Billboard Japan มีโอกาสพูดคุยกับ Ayase นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ที่ได้ปล่อยเพลงออนไลน์ ในฐานะโวคาลอยด์โปรดิวเซอร์ (vocalo-p) ช่วงเดือนธันวาคม ปี 2018 และนักร้องนำ ikura นักศึกษามหาวิทยาลัยที่แต่งเพลงและมีผลงานเพลงของตัวเองในชื่อว่า Lilas Ikuta เกี่ยวกับที่มาของวง อิทธิพลทางด้านดนตรี และเบื้องหลังการแต่งเพลงของพวกเขา รวมถึงรายละเอียดอื่นๆเจาะลึกในบทสัมภาษณ์ครั้งนี้

 

 

YOASOBI เกิดขึ้นได้อย่างไร?

Ayase: ผมได้รับข้อเสนอจากทีมงานว่า จะมีการทำวงที่ทำเพลงโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานเขียนออนไลน์ในเว็บไซต์ monogatary.com ดังนั้น หลังจากที่ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับนักร้องนำที่เราต้องการและแนวทางของเพลงที่เราตั้งใจทำ เราก็ได้เจอ ikura ในอินสตาแกรม เธอได้ทำการอัพโหลดเพลงบางส่วนของเธอลงในนั้น และหลังจากนั้นพวกเราจึงได้ทำงานร่วมกันครับ

 

คุณคิดว่าอิทธิพลด้านไหนที่ชัดเจนที่สุดในเพลงของ YOASOBI?

Ayase: การลื่นไหลของเมโลดี้ นอกเหนือจากศิลปินเจป๊อปที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ ผมก็ยังฟังเพลงของศิลปินเจป๊อปในยุค 80 และ 90 ดังนั้นผมจึงชอบเมโลดี้ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคย แต่ผมก็ไม่อยากยึดติดกับเทรนโลกในเรื่ององค์ประกอบรวมของเพลงเหมือนกัน  ช่วงนี้ผมฟังเพลงเคป๊อปเป็นพิเศษเลยล่ะครับ ผมพบว่าวิธีการทำเพลงของพวกเขาทำให้รู้อะไรมากขึ้นครับ

 

ikura:  ฉันเติบโตที่อเมริกาจนกระทั่งอายุสามขวบ ฉันเลยได้ฟังเพลงตะวันตกเยอะมากตั้งแต่เด็กๆค่ะ ตอนที่ฉันอยู่ประถม ฉันดูรายการต่างๆในช่องดิสนีย์ และก็ซื้อเพลงประกอบมาฝึกร้องเพลงภาษาอังกฤษ ฉันคิดว่าวิธีการร้องเพลงของฉันในตอนนี้มีส่วนมาจากประสบการณ์การฝึกร้องเพลงของฉันในตอนนั้นเยอะเลยค่ะ  นอกจากนี้คุณพ่อของฉันยังชอบเพลงโฟลคซองด้วย เขาเป็นคนสอนให้ฉันเล่นกีตาร์ค่ะ ฉันเลยได้ฟังเพลงโฟลคซองและเพลงคันทรีมากมายสมัยวัยรุ่น ดังนั้นทำนองเพลงเรียบง่ายนี้จึงมีอิทธิพลกับฉันเช่นกันค่ะ

 

คุณทั้งคู่ต่างมีเส้นทางอาชีพทางดนตรีแยกออกจาก YOASOBI — Ayase ในฐานะ vocalo-p และ ikura ในฐานะนักร้องเดี่ยว-นักแต่งเพลง คุณรู้สึกบ้างไหมว่าเส้นทางอาชีพของพวกคุณต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกันอย่างเห็นได้ชัด?

Ayase: ผมทำเพลงเดโมให้ YOASOBI โดยใช้โปรแกรมโวคาลอยด์ จริงๆแล้ว มันทำให้ผมสามารถสร้างสรรค์ไอเดียตอนเขียนเมโลดี้ได้มากกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ในบางครั้งก็เป็นเรื่องยากสำหรับนักร้องเวลาหายใจในการร้องเพลงลักษณะนี้  ไอเดียในช่วงเริ่มต้น การเขียนเพลง (โดยใช้โปรแกรม) เทียบกับการร้องจริงก็จะมีความตื่นเต้นที่แตกต่างกันออกไป นั่นเป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้เพราะเป็น vocalo-p

 

ikura: Ayase สามารถวางโน้ตตรงไหนก็ได้และก็ทำเพลงโดยใช้จังหวะเหล่านั้น ฉันรู้สึกประทับใจไอเดียอันกว้างไกลของเขาทุกครั้งที่ฉันได้ยินเพลงใหม่ที่เขาแต่ง แต่ฉันก็ต้องยอมรับว่า มีบางท่อนที่ฉันคิดว่าร้องยากมากจริงๆ อย่างเมื่อระดับเสียง (อ็อกเทฟ) หรือความเร็ว (เทมโป) ของโน้ตเร็วมากกว่าเพลงที่ฉันแต่งเองอีกค่ะ ดังนั้นฉันจึงต้องพัฒนาจุดๆนี้ต่อไป

 

ช่วยอธิบายขั้นตอนการเขียนเพลงโดยอ้างอิงงานเขียนอย่างละเอียดหน่อย?

Ayase: ผมคิดว่าผมคงแต่งเพลงไม่ได้ถ้าไม่ได้ศึกษาเรื่องราวอย่างละเอียด ยกเว้นว่าผมจะแต่งทำนองเพลงขึ้นมาก่อน แล้วค่อยเพิ่มเนื้อเพลงเข้าไปทีหลัง ซึ่งโดยปกติแล้ว เราจะต้องพักในส่วนของโครงเรื่องไว้ก่อนและกำหนดภาพรวมของเพลงทั้งหมดก่อน อย่างความเร็วและเสียง นี่เป็นขั้นตอนที่ผมทำเป็นปกติ อย่างการจินตนาการเพลงในหัวในขณะที่อ่านเรื่องต้นฉบับไป ผมคิดว่าผลลัพธ์ทีไ่ด้ก็คือความศรัทธาในงานเขียนที่นำมาอ้างอิงครับ

 

 

“Thanatos no Yuuwaku” (Seduction of Thanatos) คือเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของผู้เขียนเกี่ยวกับการมีชีวิตและความตาย แต่เพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากเรื่องนี้อย่าง  “Yoru ni Kakeru” (Racing into the night) ทำให้เข้าถึงสิ่งนั้น ด้วยเสียงร้องอันทรงพลัง หลีกเลี่ยงโทนเรื่องที่มีความจริงจังได้

Ayase: ผมคิดว่าถ้าผมแต่งทำนองเพลงเศร้าๆ กับ “Thanatos no Yuuwaku” มันก็คงจะมืดมนจนเกินไป ดังนั้นผมจึงตั้งใจทำเพลงป็อปขึ้น ผมอยากแสดงให้เห็นความประหลาดที่ภายในประกอบด้วยความสวยงามและความน่ารักครับ

Ikura: ฉันอยากคงอารมณ์ของผลงานต้นฉบับไว้ ดังนั้นฉันจึงคงเสียงร้องของตัวเองให้เป็นกลางและกลมกลืนเข้าไปกับอารมณ์ของเพลง ฉันพยายามถ่ายทอดอารมณ์ของตัวเอกด้วยเสียงของฉันค่ะ

 

เพลงที่สองที่ปล่อยออกมาอย่าง “Ano Yume wo Nazotte” (Tracing that dream) แสดงให้เห็นถึงความกระวนกระวายในการตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปำ เพื่อให้เพลงเข้าถึงเรื่องราวความรักที่ใช้อ้างอิงในครั้งนี้ มีขั้นตอนที่แตกต่างจากเพลง “Yoru ni Kakeru” อย่างไรบ้าง?

Ayase: การฝันเห็นอนาคตคือกุญแจสำคัญของเรื่องราวต้นฉบับ ซึ่งมีองค์ประกอบของความแฟนตาซี  ดังนั้นผมจึงเริ่มทำเพลงที่เกี่ยวกับอนาคตอันใกล้ครับ เป็นเพลงค่อนข้างแปลกสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถูกต้อง ผมตัดสินใจเน้นด้านหวานอมขมกลืนของความรักในเรื่องนี้ และความเร่งรีบของการเป็นหนุ่มสาวแทน  มันเป็นเพลงที่สดใสร่าเริง แต่เรื่องต้นฉบับนั้นกลับซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ ความแตกต่างนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นเดียวกันครับ

 

 

แล้วเพลงที่สามอย่าง  “Harujion” ล่ะ?

Ayase: เรื่องนี้พูดถึงตัวเอกที่โดนทิ้งและอยู่ในอารมณ์หดหู่ แต่ในที่สุดก็เริ่มไล่ตามความฝันของตัวเอง ดังนั้นผมจึงอยากแสดงให้เห็นวิธีการเผชิญหน้าและก้าวต่อไปข้างหน้า เรื่องนี้มีฉากที่เป็นข้างในบ้านเยอะ ผมจึงเชื่อมโยงจินตนาการจากห้องนั้น ก้าวใหม่ สู่ความฝันนั้นครับ

 

 

ช่วงที่ปล่อยเพลงดันบังเอิญตรงกับช่วงกักตัวไวรัสโคโรน่าในญี่ปุ่นพอดี คิดว่าหลายคนน่าจะเข้าไม่ถึงบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิปีนี้แล้ว ดังนั้นเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกถึงฤดูกาลผ่านดนตรี ฉันจึงตั้งใจที่จะสร้างความรู้สึกของทุกสิ่งเหมือนกับฤดูใบไม้ผลิได้เริ่มขึ้น

ikura: เพลงเผยให้เห็นพัฒนาการของเรื่องราว ดังนั้นฉันจึงโฟกัสไปที่สิ่งนั้นค่ะ ฉันร้องเพลงนี้นุ่มนวลกว่าเพลงอื่นๆของ YOASOBI ซึ่งปกติฉันจะร้องด้วยเสียงคมชัดและเป็นจังหวะมากกว่านี้ นอกจากนี้ ฉันยังค่อยๆเพิ่มความเข้มของเสียงจากท่อนบริดจ์ก่อนเข้าสู่ช่วงคอรัสสุดท้ายเพื่อเผยบทสรุปของตัวเอกที่ตัดสินใจลุกขึ้นและก้าวเดินต่อไปค่ะ

 

เพลง “Yoru ni Kakeru” เป็นที่โด่งดังในโซเชียลมีเดียในช่วงต้นปีและตอนนี้ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ในชาร์ต Billboard Japan Hot 100 และสามารถครองอันดับ 1 นานถึง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน เพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมากอย่างไม่น่าเชื่อ คุณรู้สึกว่ากระแสเพลงเปลี่ยนไปครั้งแรกตอนไหน?

Ayase: (เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า) ทุกคนมองหาสิ่งที่ทำให้เพลิดเพลินเวลาอยู่บ้าน ดังนั้นรูปแบบความบันเทิงที่พวกเขาต้องการขึงเปลี่ยนไป ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่พวกเขาจะได้ฟังเพลงของเรา มันเริ่มจากวิดิโอที่ลงในติ๊กต๊อกและทวิตเตอร์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ซึ่งบังเอิญตรงกับช่วงที่ธุรกิจเริ่มปิดตัวลง ดังนั้นผมจึงคิดว่า social distance ครั้งนี้ทำให้เราได้รับโอกาสนั้นครับ

ikura: ฉันคิดว่าความเพลิดเพลินของเพลง YOASOBI ที่แท้จริงๆนั้นคือ การที่ทุกคนสามารถย้อนกลับไปกลับมาระหว่างเรื่องต้นฉบับและมิวสิควิดิโอ และสนุกไปกับทั้งสองอย่างด้วยกัน ดังนั้นความจริงที่ว่าแต่ละคนมีเวลาในการทำสิ่งต่างๆเหล่านี้มากขึ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เลยล่ะค่ะ

 

มีแรงบันดาลใจอื่นๆจากชีวิตประจำวันที่สะท้อนให้เห็นในเพลงของคุณบ้างไหม?

Ayase:  ตอนมีเวลาว่างผมดูอนิเมะหลายเรื่องเลยล่ะครับ และบ่อยครั้งที่จะเขียนเพลงหลังจากอินเรื่องนั้นๆ นี่เป็นสิ่งที่ผมทำมานานแล้ว อย่างเวลาดูหนังก็ด้วย ผมเป็นประเภทที่อยากทำอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นกับปฏิกิริยาในงานศิลปะชิ้นนั้น นักวาดอาจะแสดงผลงานตัวผ่านรูปวาด และผมก็แสดงผ่านดนตรีเหมือนกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเข้าถึงอารมณ์หลังจากดูอนิเมะหรือหนัง ผมก็จะถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นผ่านเพลงของผม

 

ฟังดูเหมือนที่สิ่งที่คุณทำให้กับ YOASOBI เลยนะ

Ayase: ครับ จะบอกว่าผมทำสิ่งเดียวกันกับเมื่อก่อนก็ได้ครับ ตอนที่ผมอายุประมาณ 16 หรือ 17 สมาชิกวงที่อายุมากกว่าบอกกับผมว่า “ความสนุกในการแต่งเพลงโดยสวมบทเป็นตัวเอกของอนิเมะหรือเรื่องนั้น หรือจินตนาการว่าจะเราจะพูดอะไรกับตัวละครจะช่วยขยายความคิดของนาย” ผมทำตามคำแนะนำของเขาและก็ได้รับผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้นบางทีผมอาจจะนำความคิดนั้นมาแต่งเพลงในลักษณะนี้ก็ได้

ikura: ฉันแต่งเพลงส่วนใหญ่หลังจากดูหนังหรืออ่านหนังสือค่ะ ฉันชอบมองภาพทิวทัศน์และได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่มองเห็น อย่างอาคารและสีท้องฟ้าตอนขึ้นรถไฟหรือเดินไปข้างนอก ฉันจะหยุดเพื่อจดเนื้อเพลงลงไปค่ะ

 

สุดท้ายนี้ ช่วยแบ่งปันข้อมูลบางส่วนของโปรเจคที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือสิ่งที่คุณเห็นในอนาคตของ YOASOBI ได้ไหม? 

Ayase: ตอนนี้เรากำลังยุ่งอยู่กับเพลงใหม่ ที่จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีแน่ๆครับ เราตั้งใจว่าจะแต่งเพลงให้มากกว่านี้เพื่อทำอัลบั้ม และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เราก็อยากจะขึ้นไลฟ์แสดงเหมือนกัน ตอนนี้มีเวลาเหลือเฟือในการวางแผน ดังนั้นเราจะเตรียมพร้อมเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถนำเสนอผลงานเพลงที่มีคุณภาพเมื่อถึงเวลาครับ

 

CREDITS

Source: Billboard

Thai Translation: moonoiaom

DO NOT TAKE OUT ANY PARTS OF TRANSLATION UNTIL GETTING MY PERMISSION

AND PLEASE ALSO TAKE OUT WITH FULL CREDITS

 

One thought on “[INTERVIEW] คู่หูศิลปินเจป๊อปชื่อดัง YOASOBI เผยอิทธิพลจากอนิเมะสู่เรื่องเล่า (Jun 30, 2020)

  1. Pingback: DACO

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s