[แปล] 150820 InStyle X CL (SNS Q&A)

ฉันจะตอบคำถามบางคำถามในอินสตาแกรมของ Instyle Korea นะคะ

มีคำถามภาษาอังกฤษมากมายเลย

.

พวกเขาถามว่าแมวของฉันเป็นยังไงบ้าง?

ก็สบายดีค่ะ พุดดิ้ง โดนัท แล้วก็สโนว์บอลอยู่ที่เกาหลีสบายดีมากๆ

.

สิ่งแรกที่แชรินทำเมื่อตื่นนอน?

เมื่อตื่นนอนฉันก็จะแปรงฟันให้กับลูกๆของฉัน ฉันหมายถึงแปรงฟัน ฉันแปรงฟันของตัวเองนี่ล่ะค่ะ

[ ป.ล. ซีแอลเล่นคำ ในตอนแรกพูดว่า 이빨 (แปลว่าฟันของสัตว์) ]

ฉันรัก Instyle Korea ท่านโดนัทผู้แสนน่ารักพูด

.

รอยสักเหรอคะ? ฉันไม่มีรอยสักนะ (บรรณาธิการ: มีคนถามเรื่องนี้เยอะเลย)

มันคือสติกเกอร์แทททูค่ะ สติกเกอร์แทททู เอาล่ะทุกคน ฉันโกหกค่ะ จริงๆมันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก

.

มีคำถามมากมายเกี่ยวกับอัลบั้ม

ฉันคิดว่าอัลบั้มจะปล่อยออกมาเร็วๆนี้ ถ้าฉันบอกรายละเอียดมันก็ไม่สนุกสิคะ

เมื่ออัลบั้มปล่อยออกมาแล้วคุณได้ฟังมัน คงสนุกกว่านะคะ เนอะโพนี่?

โพนี่: ใช่

.

บรรณาธิการ: จีดี?

คุณจียง อ่า พวกเขาถามว่าฉันรักจียงอปป้ามั้ย แน่นอนค่ะ เขาเหมือนพี่ชายของฉัน ด้วยความจงรักภักดีเลยล่ะ! ฉันคิดถึงพี่นะ

บรรณาธิการ: เป็นเวลานานแล้วที่คุณได้เจอเขาใช่มั้ย?

ใช่ค่ะ บางครั้งที่ฉันถามเขาว่าพี่เป็นยังไงบ้าง เขาก็แบบ “ทำไมเธอต้องถามอะไรแบบนั้นด้วย อย่าทำอะไรที่เธอไม่เคยทำมาก่อนเลยนะ” แต่ฉันก็ยังเป็นกำลังใจให้เขาค่ะ

.

CREDIT

Source: InStyle Korea’s Facebook

Eng Translated: @whitewoodGZB

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][์NOVEL] แปลนิยายรักโรแมนติกเรื่อง The Notebook (รักเธอหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก) [คัดมาบางส่วนในตอน Crossroad]

.

.

ต้นฉบับจากเรื่อง The Notebook

Crossroads

Noah opened the door for Anne Nelson as she went out.

“Good-bye, Noah,” she said quietly. He nodded without speaking. There wasn’t anything else to say; they both knew that. She turned from him and left, closing the door behind her. Noah watched her walk to her car, get in, and drive away without looking back. She was a strong woman, he thought to himself, and he knew where Allie got it from.

Noah peeked in the living room, saw Allie sitting with her head down, then went to the back porch, knowing that she needed to be alone. He sat quietly in his rocker and watched the water drifting by as the minutes passed.

After what seemed like an eternity he heard the back door open. He didn’t turn to look at her just then – for some reason he couldn’t – and he listened as she sat in the chair beside him.

“I’m sorry.” Allie said. “I had no idea this would happen.”

Noah shook his head. “Don’t be sorry. We both knew it was coming in some form or another.”

“It’s still hard.”

“I know.” He finally turned to her, reaching for her hand. “Is there anything I can do to make it easier?”

 

ต้นฉบับจากเรื่อง The Notebook

ทางแยก

โนอาห์เปิดประตูให้แอนนี แนลสันออกไป

“ลาก่อน โนอาห์” เธอพูดกับเขาเบาๆ เขาพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร ไม่มีอะไรต้องพูดอีก พวกเขาต่างรู้ดี เธอหันหลังจากไปและปิดประตูตามหลัง โนอาห์มองเธอเดินไปยังรถของเธอ เข้าไปนั่ง และขับออกไปโดยไม่เหลียวกลับมามอง เธอเป็นผู้หญิงใจแข็ง เขาคิด และเขาก็รู้ว่าแอลลีได้สิ่งนี้มาจากใคร

โนอาห์เข้าไปในห้องนั่งเล่นเห็นแอลลีนั่งคอตก เขาจึงเดินไปที่ระเบียงด้านหลัง รู้ว่าเธอต้องการอยู่คนเดียว เขานั่งเก้าอี้โยกเงียบๆ แล้วมองน้ำไหลผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า

หลังจากเวลาผ่านไปราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เขาได้ยินเสียงประตูด้านหลังเปิด เขาไม่ได้หันไปมองเธอ มีเหตุผลบางอย่างที่เขาทำไม่ได้ เธอนั่งลงข้างๆเขา

“ฉันขอโทษ” แอลลีพูด “ฉันไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้”

โนอาห์ส่ายหัว “ไม่ต้องขอโทษหรอก เราก็รู้ว่ามันต้องเกิดเรื่องขึ้นไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง”

“ซึ่งก็เป็นเรื่องยากอยู่ดี”

“ผมรู้” ในที่สุดเขาก็หันไปหาเธอ เอื้อมไปจับมือเธอไว้ “แล้วมีสิ่งที่ผมทำให้มันดีขึ้นกว่านี้ไหม?”

She shook her head. “No. Not really. I have to do this alone. Besides, I’m not sure what I’m going to say to him yet.” She looked down and her voice became softer and a little more distant, as if she were talking to herself. “I guess it depends on him and how much he knows. If my mother was right, he may have suspicions, but he doesn’t know anything for sure.”

Noah felt a tightness in his stomach. When he finally spoke his voice was steady, but she could hear the pain in it.

“You’re not going to tell him about us, are you?”

“I don’t know. I really don’t. While I was in the living room, I kept asking myself what I really wanted in my life.” She squeezed his hand. “And do you know what the answer was? The answer was that I wanted two things. First, I want you. I want us. I love you and I always have.”

She took a deep breath before going on.

“But I also want a happy ending without hurting anyone. And I know that if I stayed, people would be hurt. Especially Lon. I wasn’t lying when I told you that I love him. He doesn’t make me feel the same way you do, but I care for him, and this wouldn’t be fair to him. But staying here would also hurt my family and friends. I would be betraying everyone I know…I don’t know if I can do that.”

“You can’t live your life for other people. You’ve got to do what’s right for you, even if it hurts some people you love.”

เธอส่ายหัว “ไม่ ไม่มีเลย ฉันต้องทำมันเองตามลำพัง อีกอย่างฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะพูดกับเขาอย่างไรดี” เธอก้มหน้าลง น้ำเสียงแผ่วลงเหมือนมาจากที่ไกลๆ ราวกับว่าเธอพูดกับตัวเอง “ฉันคิดว่ามันขึ้นอยู่กับเขาว่าเขารู้เรื่องมากแค่ไหน ถ้าแม่ของฉันพูดถูก เขาอาจจะสงสัยอยู่ก็ได้ แต่เขาไม่รู้เรื่องของเราแน่ๆ”

โนอาห์รู้สึกแน่นท้อง เขาพูดด้วยเสียงหนักแน่น แต่เธอก็ยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดในนั้นอยู่ดี

“คุณจะไม่เล่าเรื่องของเรากับเขาใช่ไหม?”

“ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้จริงๆ ในขณะที่ฉันนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ฉันเฝ้าถามตัวเองว่าฉันต้องการอะไรในชีวิต” เธอบีบมือเขาแน่น “แล้วคุณรู้ไหมคำตอบคืออะไร นั่นคือฉันต้องการสองอย่าง อย่างแรก ฉันต้องการคุณ ฉันต้องการเรา ฉันรักคุณ และจะรักตลอดไป”

เธอหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดต่อ

“แต่ฉันอยากให้เรื่องจบอย่างมีความสุขโดยที่ไม่ทำร้ายใคร และฉันก็รู้ว่าถ้าฉันยังอยู่ ทุกคนก็จะเจ็บปวด โดยเฉพาะลอน ฉันไม่ได้โกหกหรอกนะตอนที่ฉันบอกคุณว่าฉันรักเขา เขาไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนที่คุณทำให้ฉันรู้สึก แต่ฉันก็ยังเป็นห่วงเขา และนี่ก็ไม่ยุติธรรมกับเขาเลย การอยู่ที่นี่จะทำให้ฉันครอบครัวและเพื่อนๆของฉันต้องเจ็บปวด ฉันทรยศทุกคน…และฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำอย่างนั้นได้ไหม”

“คุณใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นไม่ได้หรอกนะ คุณต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับคุณถึงแม้ว่ามันจะทำให้คนที่คุณรักเจ็บช้ำก็ตาม”

“I know,” she said, “but no matter what I choose I have to live with it. Forever. I have to be able to go forward and not look back anymore. Can you understand that?”

He shook his head and tried to keep his voice steady. “Not really. Not if it means losing you. I can’t do that again.”

She didn’t say anything but lowered her head. Noah went on:

“Could you really leave me without looking back?”

She bit her lip as she answered.  Her voice was beginning to crack. “I don’t know. Probably not.”

“Would that be fair to Lon?”

She didn’t answer right way. Instead she stood, wiped her face, and walked to the edge of the porch where she leaned against the post. She crossed her arms and watched the water before answering quietly.

“No.”

“It doesn’t have to be like this, Allie,” he said. “We’re adults now; we have the choice we didn’t have before. We’re meant to be together. We always have been.”

He walked to her side and put his hand on her shoulder. “I don’t want to live the rest of my life thinking about you and dreaming of what might have been. Stay with me, Allie.”

Tears began to fill her eyes. “I don’t know if I can,” she finally whispered.

“ฉันรู้” เธอว่า “แต่ไม่ว่าฉันจะเลือกทางไหน ฉันต้องอยู่กับมัน ตลอดไป ฉันต้องก้าวไปข้างหน้าและไม่หันหลังกลับมาอีก คุณเข้าใจไหม?”

เขาส่ายหัวและพยายามทำเสียงให้หนักแน่น “ไม่เลย ไม่เข้าใจ ถ้าผมต้องเสียคุณไป ผมทำอย่างนั้นอีกครั้งไม่ได้”

เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่กลับก้มหน้าลงไปอีก โนอาห์จึงพูดต่อ

“คุณทิ้งผมโดยไม่หันกลับมามองได้จริงๆเหรอ?”

เธอกัดริมฝีปากในขณะที่ตอบ น้ำเสียงของเธอเริ่มแตกพร่า “ฉันไม่รู้ คงจะไม่ได้”

“แล้วนั่นยุติธรรมกับลอนแล้วเหรอ?”

เธอไม่ตอบคำถามแต่กลับยืนขึ้น ลูบหน้า เดินไปที่ขอบระเบียงแล้วพิงเสา เธอกอดอกแล้วมองไปที่สายน้ำก่อนจะตอบกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา

“ไม่”

“เรื่องต้องไม่เป็นแบบนี้ แอลลี” เขาว่า “ตอนนี้เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรามีทางเลือกที่เราไม่เคยมีมาก่อน เราสองคนเป็นเนื้อคู่กัน และเราเป็นอย่างนี้ตลอดมา”

เขาเดินไปยืนข้างๆและวางมือลงบนไหล่ของเธอ “ผมไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ทั้งชีวิตนี้เพื่อคิดถึงหรือฝันถึงคุณว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง ดังนั้น อยู่กับผมนะ แอลลี่”

น้ำตาของเธอเริ่มคลอเบ้า “ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำมันได้ไหม” ในที่สุดเธอก็กระซิบบอกกับเขา

.

.

// การบ้านจากวิชาแปลนิยายที่เรียนค่ะ สำนวนอาจจะแปลกๆไปบ้าง ถถถ Orz

[iTranslation][ARTICLE] 150817 RollingStone เผย CL คือ 1 ใน 10 ศิลปินหน้าใหม่ที่คุณต้องรู้จัก

CL

720x405-NO1_7985-copy

.

แนวเพลง: เพลงสำหรับแบดเกิร์ลทุกคนที่อยากจะฟังเพลงจากราชินีบนยอดบัลลังก์

สำหรับแฟนๆของ: Miley Cyrus / Sasha Go Hard / Rihanna

ทำไมคุณถึงควรสนใจเธอ: ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “Baddest Female” คนนี้คือแร๊พเปอร์สาวที่น่าสนใจคนหนึ่งในเกาหลี เธอได้เตรียมตัวเพื่อก้าวสู่อเมริกาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้กับอัลบั้มอีพีจากค่าย Mad Decent  สมาชิก 1 ใน 4 จากวงเกิร์ลกรุ๊ปเคป๊อปชื่อดัง 2NE1 ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้คือ CL ที่มีผลงานโซโล่ในการดูแลของผู้จัดการ Scooter Braun ซึ่งมีศิลปินในการดูแลอย่าง Justin Bieber และ Ariana Grande ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังลังเลในการตัดสินตัวเองเร็วเกินไป “จริงๆแล้วฉันไม่อยากเรียกตัวเองว่าแร๊พเปอร์” CL ว่า “ฉันเป็นผู้แสดงมากกว่า ฉันไม่อยากปิดกั้นตัวเอง เพราะฉันร้องเพลงและเต้นได้ด้วย ฉันทำได้ทุกอย่าง” โดย CL ได้ทำงานร่วมกับ Skrillex, will.i.am และ Diplo รวมถึงจะขึ้นแสดงในทัวร์ Mad Decent Block Party ที่จะมีอีกต่อไปด้วย

เธอกล่าว: “ฉันไม่อยากแบกความรับผิดชอบมากเกินไป แบบว่า ‘โอ้ ฉันเป็นตัวแทนของเอเชียนะ’ ” ซีแอลกล่าวว่าการที่เธอก้าวสู่วงการเพลงตะวันตกจะเป็นประตูให้นักร้องเคป๊อปคนอื่นๆ “ฉันอยากให้เป็นอย่างนั้น แน่นอน เพราะว่าฉันเป็นคนเกาหลี หลังจาก Psy นั้น ก็ไม่มีศิลปินเอเชียคนไหนอยู่ตรงจุดนี้ได้ ฉันอยากเป็นตัวแทนของผู้หญิงเอเชียและเป็นตัวอย่างหรือไอดอลให้กับผู้หญิงหลายๆคน (ในอเมริกา) นั่นคือความฝันของฉัน แต่ฉันก็ไม่อยากให้สิ่งนี้คือเป้าหมายหลัก ฉันแค่อยากทำในสิ่งที่ฉันรัก และเพลงก็เป็นสิ่งแรกที่ฉันอยากทำ”

คุณต้องลองฟัง: เพลงแนวแทรปมิวสิคของซีแอล “Doctor Pepper” เขียนขึ้นเมื่อเธอรู้สึกขุ่นเคืองใจหลัง Diplo ยกเลิกการบันทึกอัดเสียง

*Note: แทรป มิวสิค เป็นดนตรีแนวใหม่ที่มีการผสมสานดนตรี ฮิพฮอพ แทรป และอีเลคโทร เข้าด้วยกัน*

.

.

CREDIT

Source: http://www.rollingstone.com

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iRecommend] แนะนำหนังสือ Grammar ภาษาอังกฤษ + ลิงค์ดาวน์โหลด

.

ถ้ากำลังหาหนังสือแกรมม่าดีๆสักเล่มล่ะก็ เราแนะนำนี่เลยค่ะ เป็นหนังสือแกรมม่าของ Cambridge นะคะ เราว่าอ่านง่ายดีค่ะ มีแบบฝึกหัดให้ทำด้วย ซึ่งหนังสือชุดนี้มี 3 เล่มค่ะ คือ

– Essential Grammar in Use (เล่มสีส้ม)

– English Grammar in Use (เล่มสีน้ำเงิน)

– Advanced Grammar in Use (เล่มสีเขียว)

สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน แนะนำให้อ่านเล่มแรกเลยค่ะ เพราะปูพื้นฐานมากๆ แต่ถ้าใครมีแล้สข้ามมาเล่ม 2 ได้เลยค่ะ อันนี้จะอยู่ระดับกลางค่ะ สำหรับคนที่มีพื้นฐานค่อนข้างแม่นอยู่แล้ว ก็แนะนำเล่มที่ 3 เลยค่ะ แอดวานซ์ไปเลย อ่านแล้วแน่นปี้กกก ฮ่าาาาา

*อ้อ เพิ่มเติมค่ะ Essential Grammar in Use กับ English Grammar in Use มีฉบับแปลไทยด้วยนะคะ*

rmurphy

English Grammar in Use

Host: mediafire

.

717GLn8WwvL

Advanced Grammar in Use

Host: mediafire

[แปล] ความเห็นส่วนหนึ่งจากผู้เข้าชมงาน Ultra Music Festival Korea 2015 พูดถึง CL

.cl-preview-2

 

“CL’s stage was also very fun! Her charisma… *shakes* I went to a 2NE1 concert before and really, CL is the best. I love her.”

“การแสดงของ CL สนุกมาก! เสน่ห์ของเธอ… *สั่น* ฉันเคยไปดูคอนเสิร์ตของ 2NE1 มาก่อนนะ และนั่นล่ะ CL เจ๋งจริงๆ ฉันรักเธอ”

 

Source: http://blog.naver.com/ssol0322/220390259136

 

cl-13

 

“Even though she wore such clothes, it didn’t come off as cheap, she looked super cool and sexy!”

“ถึงแม้ว่าเธอจะใส่เสื้อผ้าแบบนั้น แต่มันก็ไม่ทำให้เธอดูแย่ลงเลย เธอดูเท่และเซ็กซี่โครตๆ!”

 

Source: http://blog.naver.com/soyeongoh12/220389475326

 

cl-10

 

“It was CL’s turn after Lil Jon but he was tired, so he sat and watched CL’s part. As expected, CL’s stage manners were good and amazing.”

“CL ขึ้นแสดงต่อจาก Lil Jon แต่เขาเหนื่อย ดังนั้นเขาจึงนั่งและชมการแสดงส่วนหนึ่งของ CL เป็นไปตามคาด การแสดงของ CL บนเวทีสุดยอดและน่าทึ่งมากๆ”

 

Source: http://blog.naver.com/hana2091/220389590830

 

cl-11

 

“Even though CL performed alone, she was good. Explosion of sexiness. Girlier than I thought. Really good with live singing. While watching CL, the excitement reached a climaxㅋㅋㅋㅋㅋㅋ”

“ถึงแม้ว่า CL จะขึ้นโชว์เพียงคนเดียว แต่เธอก็ทำได้ดี การระเบิดของความเซ็กซี่ เธอดูเป็นผู้หญิงมากกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก การร้องเพลงสดนั้นเยี่ยมจริงๆ ขณะที่ดูเธอแสดง ความตื่นเต้นของฉันก็ไปถึงจุดไคล์แม็กซ์เลยล่ะ ㅋㅋㅋㅋㅋㅋ”

 

Source: http://iamheozzang.blog.me/220389656023

 

 

cl-5

 

“She sang 2NE1 songs for 30mins w/no break. It was so fun!! She dances & sings well and has a very cool charisma. Pretty pretty!! Was curious of CL’s outfitㅎㅎAs expected, CL’s shocking outfit + powerful dances”

“เธอร้องเพลงของ 2NE1 ถึงครึ่งช.ม.โดยไม่มีการพักเลยอ่ะ สนุกมากกก!! เธอเต้นและร้องเพลงได้ดี แถมยังมีเสน่ห์มากๆด้วย สวยสุดๆ!! ฉันอยากรู้จังว่าชุดของCL จะเป็นยังไงㅎㅎ แล้วก็อย่างที่คิด CL มาพร้อมกับชุดที่น่าตกใจกับการเต้นที่มีพลัง”

 

Source: http://blog.naver.com/eyeeyeok/220389997686

 

cl-6

 

“Going closer to CL’s much more powerful stage, it felt like she was a female warrior. She is so cool~~!!!!”

“พออยู่ใกล้ๆ CL แล้วเหมือนเวทีมีพลังมากขึ้น รู้สึกเหมือนเธอเป็นนักรบหญิงเลยอ่ะ เธอโครตเท่~~!!!!”

 

Source: http://blog.naver.com/eyeeyeok/220389997686

.

CREDIT

PIC Source: http://www.greenteagraffiti.com

English Translated: @XXIKJOP

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

 

[Bangkok Post] สภาพอากาศร้อนเกินกว่าจะเรียนไหว

เมื่อวานนี้ ที่ประชุมสภาคณาจารย์ฯ แห่งประเทศไทยเสนอให้เปลี่ยนการเปิด-ปิดภาคเรียนเป็นดังเดิม

นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใช้กระเป๋าเป็นอุปกรณ์ในการป้องกันแสงแดดภายในมหาวิทยาลัย ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 38 องศาเซลเซียส ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ ระหว่างวันที่ 21-25 เม.ย. ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อน และอุณหภูมิจะลดลงได้ 7-10 องศาเซลเซียส

นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใช้กระเป๋าเป็นอุปกรณ์ในการป้องกันแสงแดดภายในมหาวิทยาลัย ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 38 องศาเซลเซียส ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ ระหว่างวันที่ 21-25 เม.ย. ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อน และอุณหภูมิจะลดลงได้ 7-10 องศาเซลเซียส

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ใกล้เข้ามาทุกที ดังนั้นหลายประเทศจึงพยายามปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆเพื่อทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทย ที่เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการเปลี่ยนวันเปิดเรียนให้สอดคล้องกับประเทศอื่นในอาเซียน ซึ่งภาคเรียนแรกจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ธันวาคม และภาคเรียนที่ 2 จะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม และปิดเทอมในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

ทางด้านผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมสภาคณาจารย์ฯ แห่งประเทศไทยเผย การเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคเรียนที่ 2 สภาพอากาศร้อนในบ้านเราไม่เหมาะสมแก่การเรียนการสอนอย่างยิ่ง ทำให้ต้องเสียค่าไฟสำหรับเครื่องปรับอากาศมากขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นช่วงที่มีวันหยุดมาก

ทั้งนี้คณาจารย์ที่เข้าร่วมประชุมเห็นควรเสนอให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนตารางเปิด-ปิดภาคเรียนในเดือนเมษายน-พฤษภาคมดังเดิม

 

Too hot to study?

The Asean Economic Community (AEC) is coming and that means countries are making adjustments so they can work more closely together.

Thailand, for example, recently changed its university semester dates to match other countries in Asean. Under the new timetable, the first semester runs from August to December and the second semester from January to May. Universities are closed from June to July.

Not everyone is in favour. Yesterday, lecturers from universities across Thailand called for university semesters to revert back to the old system.

Why? To avoid Thailand’s notorious hot season. Under the old system, universities were closed during April and May, the hottest months of the year.

Speaking at yesterday annual meeting of the Assembly of Faculty Senate Chairs of Thailand (AFCT), Rattakorn Kidkarn, the group’s president said “the change affects education quality in Thailand, particularly the second semester which runs during the hot season.”

Mr Rattakorn said it is not suitable for students to learn in the hot season because universities have to pay more for air conditioning.

Several holidays also crop up in the second semester, including Songkran.

Lecturers attending the assembly agreed and, as a result, the AFCT will propose that the government changes the timetable so universities are closed from April to May.

 

*Note*

The Assembly of Faculty Senate Chairs of Thailand (AFCT) – การประชุมสภาคณาจารย์ฯ แห่งประเทศไทย

 

ที่มา: www.bangkokpost.com

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.matichon.co.th

[iTranslation][INTERVIEW] 140709 Taeyang GQ KOREA, “To me” Part II

 

1

 

ตอนนี้เราเข้าสู่ครึ่งหลังของอัลบั้มนี้แล้ว ซึ่งเพลง This Ain’t It’ เป็นเพลงที่คาดไม่ถึงมากที่สุดในอัลบั้ม โดยส่วนตัว เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดด้วย

เพลงนี้เป็นเพลงที่คาดไม่ถึงสำหรับผมเช่นกัน ผมได้ยินโดยบังเอิญและก็รู้สึกชอบมันแต่ก็ยังไม่ได้ร้องครับ จนกระทั่งท่านประธานบอกว่าเพลงนี้จะบริสุทธิ์มากถ้าผมร้อง ดังนั้นผมจึงบอกกับท่านประธานว่าผมจะลองดูครับ

 

มันเป็นแนวเพลงที่แตกต่างจากอัลบั้มก่อนที่คุณเคยทำ และผมก็พบว่าวิธีการออกเสียงและการใช้ถ้อยคำในการอธิบายสิ่งต่างๆของคุณชัดเจนและมีชีวิตชีวา คุณรู้สึกอย่างไรเวลาร้อง?

ก็ไม่ค่อยชินครับ เนื่องจากมันไม่มีจังหวะ และคุณต้องพึ่งความรู้สึกของตัวเองไปจนจบเพลง ตอนแรกผมก็ทำพลาดครับ ผมพยายามร้องในแบบของผม จากนั้นผมก็พยายามร้องเหมือนกับผมกำลังร้องไห้ แต่ความรู้สึกบางอย่างนั้นบอบบาง จนรอบที่ห้า (ที่ร้อง) ผมถึงพบวิธีร้องของตัวเองครับ

 

ผมพบว่าการออกเสียงของคุณน่าสนใจมาก คุณออกเสียง (สระ) ออเป็นเสียงบางอย่างที่อยู่ระหว่าง (สระ) ออกับ อือโดยการใช้ภาษาพื้นเมืองของจังหวัดคย็องกี

มัน อืม… อย่างที่ผมบอกกับคุณแหละครับว่า ผมพยายามร้องเพลงในแบบของผมในตอนแรก แต่ผมก็คิดว่ามันยากจริงๆครับ คนที่ฟังคงคิดว่า “ทำไมต้องร้องเพลงด้วยสำเนียงทื่อๆแบบนั้นด้วย?” แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินแบบนั้นมาก่อนนะ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี มันเป็นไปตามธรรมชาติ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้พยายามร้องเพลงตามที่กำหนดไว้เพราะมันจะทำให้รู้สึกเหมือนถูกบังคับ ผมเพิ่งคิดได้หลังจากบันทึกเสียงเสร็จเหมือนกันครับว่า “ทำไมผมถึงออกเสียงอย่างนั้นนะ?”

 

นี่เป็นเรื่องขบขันที่นักร้องจากเมืองอึยจองบูสามารถเล่าได้เท่านั้นสินะ

(หัวเราะ) การออกเสียงเป็นสิ่งสำคัญมากๆครับ ผมไม่ได้หมายความว่าคุณต้องพูดให้ชัดตลอด มันเหมือนกับว่าคุณสามารถเข้าใจในสิ่งที่คุณแสดงออกมาโดยสัญชาติญาณ ซึ่งเพลง ‘This Ain’t It’ ก็เป็นเพลงที่ไม่คาดคิดสำหรับผมเหมือนกันครับ

 

เพลง ‘This Ain’t It’ เป็นเพลงแรกของคุณที่ผมฟังระหว่างทางกลับบ้าน ผมคิดว่ามีบางสิ่งที่ค่อนข้างจะมีความหมายกับคุณมากนะแทยัง

ใช่ครับ พอได้ยินคุณพูดแบบนั้น ผมก็รู้สึกดีนะ

 

คุณเคยพูดถึงการร้องเพลงร่วมก่อนหน้านี้ แต่เพลงถัดมาอย่าง  ‘Let Go’ ทำให้ผมนึกถึงโจยองพิล

ผมจำครั้งแรกที่ได้ยินทำนองของเพลงนี้ได้ ผมได้ยินมันระหว่างลงจากชั้นสามไปยังชั้นสอง ผมชอบทำนองของมันจริงๆครับ ผมเพิ่งมานึกถึงเพลงของรุ่นพี่โจยองพิล “โอ้ มันควรจะอย่างนั้น” แต่ผมก็ไม่ได้ใช้มันเป็นบรรทัดฐานหรืออะไร หลังจากนั้นผมก็คิดเรื่องการเปลี่ยนแผนการทำอัลบั้มนะ แต่ดูเหมือนว่าผมจะทำได้แค่คิดนั่นแหละครับ (หัวเราะ)

 

และก็ถึงคิวของเพลงสุดท้ายในอัลบั้มอย่าง ‘Love You To Death’ หลังจากที่ปล่อยอัลบั้ม คุณได้บอกในการแถลงข่าวว่าเพลงนี้คือเพลงโปรดของคุณ และเพลงนี้เกือบจะไม่ได้ใส่ลงไปในอัลบั้ม ผมคิดว่าเราสามารถตีความได้สองอย่าง นั่นก็คือ คุณเพิ่มเพลงนี้ลงไปเพราะว่ามันคือเพลงโปรดของคุณจากเพลงที่คุณต้องการทำจริงๆ หรือเพลงนี้ค่อนข้างจะเหมาะสมกับอัลบั้มนี้

เป็นความจริงครับที่บอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบ แต่จริงๆก็มีเพลงอื่นๆที่ผมชอบมากกว่าจากการทำงานร่วมกับ Happy Perez เหตุผลที่ผมเลือกเพลง ‘Love You To Death’ เพราะว่าเพลงนี้เหมาะกับอัลบั้มนี้ที่สุด นอกจากนี้ ผมยังชอบเนื้อเพลงด้วย มันน่าหลงใหลนะเวลาที่คุณบอกว่าคุณสามารถตายเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้ ดูเป็นสุภาพบุรุษดีครับ

 

2

3

 

คุณหลงใหลมัน?

ครับ

 

คุณเข้าใจบางอย่างหลังจากที่ผ่านประสบการณ์ด้านความรักมาแล้ว?

ผมก็คิดว่าอย่างนั้นนะครับ เวลาที่คุณชอบใครสักคน คุณจะร้อนรุ่มมากๆ ผมรู้ได้จากตัวเองเนี่ยแหละ ผมรู้ว่าผมควรควบคุมตัวเองล่วงหน้าเพื่อที่จะไม่ตกอยู่ในความรู้สึกนั้น

 

ถ้ามันเป็นเรื่องง่ายขนาดนั้น ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงมีเพลงรักมากมายบนโลกนี้ล่ะ?

ก็จริงนะ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย…

 

มีครั้งหนึ่ง ผมได้ฟังเพลงใน iTunes ซึ่งเพลง Wicked Games’ ของ The Weeknd นั้นเป็นเพลงที่ต่อจากเพลง ‘Love You to Death’ ของคุณ มันก็รู้สึกดีแปลกๆนะ เหมือนกับว่าหนังเรื่องหนึ่งได้จบลงและเริ่มต้นใหม่ในทางที่แปลกและใหม่?

ผมคิดว่า… ผมควรนำเสนออัลบั้มนี้ในทางที่แตกต่างกันนะครับ

 

คุณค่อนข้างรอบคอบนะ

คุณรู้ไหม อัลบั้มจะปล่อยเมื่อถึงเวลาปล่อย และคอนเสิร์ตก็จะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาเช่นกันนะครับ (หัวเราะ)

 

คุณกำลังทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นใช่ไหม?

ผมก็อยากทำนะ การกระตุ้นที่ใหญ่ที่สุดในการปล่อยอัลบั้มนี้คือการแสดง และเมื่อปล่อยอัลบั้มมาแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือแสดงครับ ผมคิดว่าหลังจากทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นแล้ว ผมจะสามารถแสดงคอนเสิร์ตในเกาหลีมากขึ้นครับ

 

แล้วสิ่งที่จะทำต่อไปคือ?

มันก็พูดยากนะครับ ไม่ว่าจะผ่านอัลบั้มนี้ หรือแต่ละการแสดง หรือแม้กระทั่งความเข้าใจผิดและการแก้ไขความเข้าใจผิด ผมก็หวังว่าขั้นตอนต่างๆเหล่านี้จะทำให้ผมได้เข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองในฐานะนักร้องครับ ผมคิดว่าผมอาจจะพบด้านที่แตกต่างของตัวเองมากขึ้นในอัลบั้มนี้ จะเรียกว่าความมั่นใจก็ได้นะครับ  บางทีนี่อาจจะเป็นภาพลักษณ์ที่ตัวผมเป็นคนสร้างเองก็ได้ แต่ผมไม่ชอบทำเพลงในขณะที่รู้สึกว่าความสนใจของทุกคนคือต้องการหาภาพลักษณ์ในตัวผมเท่านั้น ซึ่งเวลาที่มีโอกาสเข้ามา ผมก็อยากจะเผชิญหน้ากับมันดู  ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ของผม หรือปฏิกิริยาต่างๆ ผมคิดว่าผมก็ต้องไปทางนั้น ไม่ว่าจะต้องผ่านการต่อสู้ภายในหรือผ่านการเดินทาง สุดท้ายแล้ว อารมณ์และความรู้สึกของผมในฐานะนักร้องก็จะแข็งแกร่งขึ้น ผมอยากจะชักชวนคนอื่นๆด้วยเสียงเพลงและฉายภาพตัวเองอยู่ในนั้นครับ

 

ยิ่งกว่าคนอื่นๆ สำหรับผมนั้น ผมกำลังร้องเพลงให้กับตัวเอง” นี่คือความประทับใจที่ผมได้รับ

ใช่เลยครับ

 

คุณพอใจกับการเป็นนักร้องไหม แทยัง?

เมื่อก่อนตอนที่ผมทำเพลง ‘Where U At’ ผมคิดว่าผมพอใจกับความคิดที่ผมได้ทำในสิ่งที่ผมต้องการทำแล้ว แต่ถ้าคุณถามผมในตอนนี้ล่ะก็ ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันครับ แต่ผมสามารถบอกคุณได้ว่าผมชอบตัวเองที่เป็นนักร้องในตอนนี้ และผมคิดว่าผมจะชอบตัวเองมากขึ้นในอนาคตด้วย

 

ผมควรตะโกนว่า “สู้ๆนะ!” สินะ

(หัวเราะ) ก่อนที่ผมจะมองตัวเองในฐานะนักร้อง ผมจะมองและศึกษาคนที่ผมคิดว่าคือนักร้องจริงๆ ซึ่งรุ่นพี่โจยองพิลก็คือหนึ่งในนั้น นอกจากนี้ยังมีรุ่นพี่คิมชูจาอีกด้วยครับ หลังจากที่ผมได้ฟังเพลงในอัลบั้มของเธอ ผมรู้สึกว่าผมเริ่มจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างที่ผมไม่เคยเข้าใจมาก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมอาจจะคิดว่า “มันเจ๋งไปเลย ฉันอยากจะเป็นแบบนั้นจัง” แต่ตอนนี้ผมพบว่าความรู้สึกนั้นอยู่ในตัวผมแล้ว ผมคิดว่าผมมาถูกทางในฐานะนักร้องแล้วครับ

 

อัลบั้มของคิมชูจาปล่อยในวันเดียวกับอัลบั้มของคุณ ในฐานะผู้ฟังนั้น ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่ตลกจริงๆ

ผมไม่รู้จักรุ่นพี่คิมชูจามาก่อนครับ แต่หลังจากได้ฟังอัลบั้มของเธอแล้ว ผมก็รู้สึกประหลาดใจกับการแสดงความรู้สึกของเธอว่ามีนักร้องที่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเธอด้วยเหรอ มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันคือการร้องเพลงในแบบของคุณเอง ทำไมมันถึงสำคัญและยากขนาดนี้กันนะ? ความฝันของผมคือการทำเพลงและการแสดงที่สามารถโน้มน้าวคนอื่นโดยปราศจากข้อกังขาได้ครับ ผมมั่นใจว่าผมสามารถข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆได้ การไม่กลัวอะไรเลยมันก็ดูเท่ดีครับ นักร้องต้องการเป็นคนที่สุดยอดอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่านักร้องที่พยายามทำแบบนั้นเขาจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้คนนะ ไม่ค่อยมีคนสังเกตกันหรอก แต่เพราะอย่างนั้นแหละครับ มันทำให้มาตรฐานลดลงไป

 

สิ่งที่คุณทำได้นั่นก็คือก้าวไปข้างหน้าต่อไปในเส้นทางของคุณ คุณโชคดีนะที่สามารถเดินไปในเส้นทางกับคนอื่นที่โด่งดังได้รวมถึงคนอื่นๆที่เจ๋งๆด้วย

ครับ

 

ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าคุณไม่มีอะไรจะพูด?

เปล่านะครับ

 

เราควรพูดถึงสวนและการตกแต่งภายในดีไหม? คุณดูจดจ่อกับมันนะ

ครับ ผมย้ายไปอยู่บ้านที่มีสนาม ผมก็เลยเริ่มสนใจอะไรพวกนี้น่ะครับ มีโต๊ะที่ผมอยากได้ด้วย แต่มันมีราคาแพงไปผมจึงไม่คิดจะซื้อใหม่ แต่ผมได้ยินว่าคุณสามารถซื้อตอนราคามันถูกลงถ้าเป็นแบบวินเทจ

 

มีต้นบอนไซที่นี่ด้วยนะ

มันคือต้นซากุระครับ เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ดอกซากุระสัมผัสหัวใจผมในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้มากๆครับ ผมมองดูกลีบของมันร่วงลงไปตามพื้นถนนและคิดว่า “พวกมันบานเพียงปีละครั้งจากนั้นก็หายไปอย่างสวยงาม” ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย ดังนั้นผมจึงซื้อบอนไซและวางแผนว่าจะปลูกต้นซากุระในสนามของบ้านใหม่ผมด้วยครับ

 

4

 

Part 1 l Part 2 (Reading)

 

CREDIT

Source: http://www.gqkorea.co.kr

Eng Translated: Silly for alwaystaeyang.wordpress.com.

Thai Translated: moonoiaom

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS