[iTranslation][แปลไทย] บทสัมภาษณ์ของ The RAMPAGE from EXILE TRIBE จาก ‘MODEL PRESS’ (Nov 09, 2017)

.

ALL

 

 

Q.1: คนที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดหลังจากเดบิวท์?

ตอบ: โยชิโนะ โฮคุโตะ, อุราคาวะ โชเฮย์ (4 โหวต)

 

ทาคาฮิเดะ: ที่ผมบอกว่าเป็น โชเฮย์ซัง เพราะสไตส์ผมของเขาเปลี่ยนไปจริงๆ

ทุกคน: (หัวเราะ)

ทาคาฮิเดะ: เขาเริ่มค้นหาชื่อตัวเองในเน็ตด้วย แถมหนักยิ่งกว่าตอนก่อนเดบิวท์อีก

ลิคิยะ: การใส่เครื่องประดับ แว่นกันแดด หรือแม้แต่สไตส์การแต่งตัวของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

ทุกคน: อ่า~ (เห็นด้วย)

SHOHEI

 

ทาคุมะ: หรือแม้กระทั่งตอนแสดง ผมรู้สึกว่าวิธีการที่เขาเคลื่อนไหวร่างกายของเขานั้นเปลี่ยนไป เขาเริ่มมีการยืดเส้นยืดสาย หรือตอนเต้น Acrobats เขาก็เต้นระหว่างคิดอะไรไปด้วย นอกจากนี้เขาเพิ่งเริ่มเป็น DJ อีก ผมรู้สึกประทับใจมากๆ ที่เขาเก่งในด้านอื่นๆ ด้วย

โชเฮย์: ขอบคุณนะ! ผมเคยเต้นอย่างไม่ระวังก่อนหน้านี้ ซึ่งผมคิดว่ามันได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

TAKUMA

 

อิวะโช: สำหรับผม ผมคิดว่าน่าจะเป็น โฮคุจังนะ การร้องเพลงของเขาเปลี่ยนไป และไม่นานมานี้ ผมรู้สึกว่าออร่าของเขาเริ่มเปล่งประกาย

โชเฮย์: แม้แต่ตอนที่คุณดูเอ็มวีเพลง 100degrees การแสดงท่าทางของเขานั้นเท่มากๆ จะเห็นได้ชัดเลยเมื่อเทียบกับเอ็มวีเพลง Lightning (หัวเราะ)

โฮคุโตะ: ก็ไม่ขนาดนั้นนะ… สำหรับผม ผมคิดว่ามันแย่นะ เมื่อผมยังมีสิ่งท้าทายอื่นๆอยู่อีก แต่ก็ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะ

 

HOKUTO

 

 

Q.2: ถ้าสามารถเปลี่ยนเป็นใครอีกคนได้ใน 1 วัน คนที่คนอยากเปลี่ยนเป็นคือ?

ตอบ: นักร้องนำ (ริคุ, คาวามุระ คาซุมะ, โยชิโนะ โฮคุโตะ), ลิคิยะ (6 โหวต)

 

 

มาโกโตะ: ผมเลือก ลิคิยะซัง เหตุผลคือ เขาเท่มากๆ นอกจากนี้เขายังเก่งภาษาอังกฤษด้วย และผมก็อยากรู้สึกแบบนั้นบ้าง ผมอยากเป็นเหมือนลิคิยะซัง ได้ไปท่องเที่ยว ได้พูดภาษาอังกฤษ

ทาคาฮิเดะ: ผมก็ด้วย ผมเลือก ลิคิยะซัง ด้วยเหตุผลเดียวกัน ผมอิจฉาที่เขาสามารถพูดภาษาอังกฤษได้จริงๆนะ

 

TAKAHIDE

 

ริคุ: เพราะเขาเก่งภาษาอังกฤษด้วย แต่ลิคิยะซังยังมีภาพลักษณ์ที่สามารถออกแบบท่าเต้นเจ๋งๆที่คาดไม่ถึงได้อีก ทำให้ผมอยากมีประสบการณ์แบบนั้นบ้าง

ลิคิยะ: ขอบใจนะ

โฮคุโตะ: สำหรับผม ผมอยากลองเต้นแบบเซ็กซี่ๆดูบ้าง อย่างในงานอีเวนท์ แบบโป๊อะไรงี้

ทุกคน: ไม่โป๊สิ! (หัวเราะ)

โฮคุโตะ: อ้า! หมายถึงเปลือยท่อนบน (หัวเราะ) ก็แบบนั้นมันเซ็กซี่มากๆไง และผมก็อยากโชว์ให้ดูด้วย

 

LIKIYA

 

ลิคิยะ: ผมจะถอดเสื้อออกเวลาตื่นเต้น อย่างเช่นตอนที่ได้เห็นการแสดงของทุกคนๆใน EXILE การแสดงของรุ่นพี่ ซึ่งมันกลายเป็นการแสดงที่เป็นธรรมชาติ

อิทสึกิ: สำหรับผม ผมอยากเห็นภาพที่นักร้องนำได้เห็น เพราะพวกเขายืนอยู่ข้างหน้ามากๆ (บนเวที) แถมยังได้ร้องเพลงต่อหน้าผู้คนมากมาย ผมเลยอยากลองสัมผัสความรู้สึกแบบนั้น และนี่คือเหตุผลที่ผมอยากร้องเพลงเก่งๆ…

ทุกคน: (หัวเราะ)

อิทสึกิ: ผมอยากร้องเพลงอย่างมั่นใจเวลาร้องคาราโอเกะต่อหน้าเพื่อนๆ

 

ITSUKI

 

ทาคุมะ: ผมเลือกนักร้องนำทั้ง 3 คนเหมือนกัน ผมอยากลองร้องเพลง และผมก็อยากเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทั้ง 3 คนคิด หรือภาพที่พวกเขาเห็น รวมถึงมุมมองที่เป็นเฉพาะตัวของพวกเขาด้วย

ไคเซย์: เนื่องจากผมเป็นคนที่ไม่สามารถแยกเสียงสูงต่ำได้* ผมคงจะเป็นคนเดียวที่ถูกหัวเราะถ้าผมร้องเพลงแน่ๆ ดังนั้น ผมคิดว่ามันสุดยอดมากๆ ที่สามารถทำให้ผู้คนมีอารมณ์ร่วมในการแสดงโดยการร้องเพลง ผมเลยอยากมีประสบการณ์แบบนั้นดูบ้าง (*Note: อิ้งแปลมาว่า Tone-deaf ซึ่งจากที่เราหาข้อมูลมา Tone-deaf คือ การไม่สามารถแยกเสียงสูงต่ำของดนตรีได้ ทำให้คนนั้นเกิดอาหารหูเพี้ยน จึงทำให้ร้องเพลงเพี้ยนค่ะ)

 

MAKOTO

 

โฮคุโตะ: แต่ฉันคิดว่านายสามารถส่งความรู้สึกถึงทุกคนได้ ถึงแม้ว่านายจะร้องเพลงเพี้ยนนะ…

ไคเซย์: ทุกคนคงจะหัวเราะตอนที่ฉันเริ่มร้องเพลงน่ะสิ คงหัวเราะแล้วพูดว่า “Crazy? (บ้าเปล่า?)” (ไคเซย์เลียนเสียงคำว่า Crazy ที่ร้องออกมาท่อนแรกในเพลง Dirty Disco ค่ะ)

ทุกคน: (หัวเราะ)

ลิคิยะ: ฉันก็ร้องเพลงห่วยนะ แต่ก็ไม่ได้ห่วยขนาดนั้น (หัวเราะ)

 

KAISEI

 

ไคเซย์: ตอนที่ลิคิยะซังร้องเพลงในทีวีก่อนหน้านี้ ผมตกใจมาก เพราะว่าลิคิยะซังทำได้ดีเลยล่ะ

ลิคิยะ: ไม่น่าจะใช่นะ… ยังไงเราก็ยังเป็นนักร้องที่ร้องเพลงแย่อยู่ดีนั่นแหละ (หัวเราะ) แต่จินคุงก็ร้องเพลงได้ดีนะ (หัวเราะ)

จิน: เวลาฉันร้องคาราโอเกะ เสียงของฉันหนวกหูมากจนต้องเลิกร้องเพลงแล้ววางไมค์ลง และระหว่างทางกลับบ้าน คอของฉันก็ส่งเสียงรัวเลยล่ะ

ทุกคน: (หัวเราะ)

 

 

Q.3: ถ้าต้องติดเกาะ คนที่คุณอยากอยู่ด้วยคือใคร?

ตอบ: ยามาโมโตะ โชโกะ (10 โหวต)

 

จิน: ยามะโชเป็นคนฉลาด ผมว่าเขาน่าจะหาทางหนีออกจากเกาะร้างได้ ผมคงไม่สามารถทำบางสิ่งได้ แต่ถ้าเป็นมุมมองของยามะโชล่ะก็ เขาจะต้องมีความคิดดีๆแน่ๆ ผมอยากจะหนีออกจากเกาะร้างกับยามะโชจริงๆนะ

คาซุมะ: อ่า การหนีสินะ

จิน: แล้วมันผิดตรงไหนเล่า?

 

KAZUMA

 

คาซุมะ: ผมคิดถึงวิธีการอยู่และการเอาตัวรอดมากกว่านะ

สมาชิกบางคน: ผมก็ด้วย…

จิน: บางที คงจะมีไม่กี่คนที่อยู่ในทีมหนีออกจากเกาะร้างใช่ไหม?

*ผลสำรวจเพิ่มเติม: ทีมหนีออกจากเกาะร้าง ได้แก่ จิน, ฟูจิวาระ อิทสึกิ และทาเคจิ ไคเซย์

 

YAMASHO

 

ริคุ: ผมคงคิดถึงวิธีการเอาตัวรอดเวลาอยู่บนเกาะร้างเหมือนกัน และอย่างที่รู้กัน เพราะยามะโชฉลาดมากๆ เขาจะเป็นคนคิดหาวิธีการเอาตัวรอด ส่วนผมจะทำหน้าที่ในการล่าสัตว์ และผมจะมอบหมายหน้าที่อื่นๆให้ยามะโชทำแทน ผมคิดว่าผมคงรอดนะถ้าผมอยู่กับยามะโช

ยามะโช: นี่มันน่าอายมากๆเลยนะ สำหรับผมนั้น ผมเลือกไคเซย์ เขาคงทำอะไรได้หลายๆอย่าง เช่น เก็บกล้วย

ทุกคน: (หัวเราะ)

 

RIKU

 

ไคเซย์: ผมจะว่ายน้ำและทำอะไรหลายๆอย่าง

ยามะโช: เพราะเขาเป็นคนสูง เขาจึงสามารถปีนต้นไม้ได้ และเขายังมีพละกำลังเยอะอีกด้วย ดังนั้นผมจึงสามารถไว้ใจเขาได้ ส่วนผมก็จะทำอาหารและอื่นๆแทน แต่ฉันจะถามเวลาที่นายอยากให้ฉันทำอะไรนะ

จิน: แต่เพราะเขากลัวความมืด เขาคงไม่มีประโยชน์ตอนกลางคืนหรอกนะ (หัวเราะ)

ทุกคน: (หัวเราะ)

 

 

Q.4: คนที่คุณไม่อยากเป็นศัตรูด้วยมากที่สุดคือใคร?

ตอบ: ลิคิยะ (7 โหวต)

 

ไคเซย์: คุณจะรู้เหตุผลว่าทำไมเพียงแค่มองไปที่ลิคิยะซัง (หัวเราะ)

ทุกคน: ใช่ๆ (หัวเราะ)

ยามะโช: และเพราะลิคิยะซังสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆได้ ผมรู้สึกว่า THE RAMPAGE คงไปไม่รอดแน่ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากลิคิยะซัง

 

KENTA

 

ลิคิยะ: ไม่ได้เป็นเพราะฉันน่ากลัวหรืออะไรใช่ไหม (หัวเราะ) สำหรับผม คงจะเป็นเคนตะ ดูเหมือนทุกๆวันจะต้องลำบากแน่ๆถ้าเขาเป็นศัตรูของผม

เคนตะ: แม้แต่ตัวผมเองก็เห็นด้วยนะ ผมเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร

ทุกคน: (หัวเราะ)

รุย: สำหรับผม น่าจะเป็นจินซัง ความรู้สึกที่ว่าจินซังเหมือนแม่นั้นมีพลังจริงๆ ถ้าจินซังเป็นศัตรูของผมล่ะก็ มันก็เหมือนการต่อต้านแม่ของตัวเองเลยล่ะ

 

RUI

 

คาซุมะ: ฉันเข้าใจนะ เขามีภาพลักษณ์(เหมือนแม่)ที่ทรงพลังจริงๆนั่นแหละ

จิน: พวกนายคิดกันไปไกลกันขนาดนั้นเลย?!

อิวะโช: ผมลังเลระหว่างลีดเดอร์ของ THE RAMPAGE ทั้งสองคน แต่ผมขอเลือกจินซังล่ะกัน จินซังจะให้ความรู้สึกเหมือนคุณแม่ ส่วนลิคิยะซังจะให้ความรู้สึกเหมือนคุณพ่อ แต่ยังไงก็ตาม ผมก็ไม่อยากต่อต้านคุณแม่อยู่ดี

RYU

ริว: สำหรับผมก็คงเหตุผลเดียวกัน ถ้าระหว่างพวกเขาทั้งสอง แน่นอนว่าต้องเป็นคุณแม่ ดังนั้นผมเลยเลือกจินซัง

จิน: นี่ทำให้ฉันสับสนนะ (หัวเราะ)

 

 

Q.5: ใครขี้แยที่สุด?
ตอบ: จิน (16 โหวต)

 

ทุกคน: (หัวเราะ)

จิน: ขนาดตัวฉันเอง ยังคิดว่าเป็นตัวเองเลย น่าสมเพชจริงๆนะ…

คาซุมะ: จินซังเป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหวจริงๆสินะ

 

ZIN

 

จิน: มีหลายครั้งที่ผมร้องไห้ตอนดื่ม แต่เดี๋ยวนี้ขนาดผมไม่ดื่ม หรือแม้กระทั่งตอนอัดรายการ…เหมือนว่าที่ผมร้องไห้เนี่ยไม่ใช่เพราะว่าผมอยากร้องหรอกนะ

ริคุ: เมื่อไม่นานนี้สินะ…

จิน: ใช่ๆ! ตอนที่อัดรายการ (TV SHOW) ฉันได้พบคนที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว เขาคือคนที่คอยดูแลฉันมาตลอด ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไม แต่น้ำตาของฉันก็ไหลไม่หยุดเลย

 

IWASHO

 

ลิคิยะ: ตอนนี้เหมือนนายใกล้จะร้องไห้อีกแล้วนะ

จิน: นี่คือน้ำตาแห่งความเสียใจต่างหาก! ฉันร้องไห้เยอะมากใน 1 ปีนี้… แต่ฉันไม่ได้ร้องไห้จากใจจริงๆหรอกนะ!

คาซุมะ: เป็นไปไม่ได้อ่ะ (หัวเราะ) ยิ่งจะมีทัวร์แล้วด้วย

จิน: อ่า นั่นสิ

อิวะโช: จะได้เห็นจินซังร้องไห้แล้วสิ (หัวเราะ)

จิน: ก็น่าจะร้องไห้ล่ะนะ (หัวเราะ)

 

 

 

CREDITS

Source: Model Press

Eng Translated: augtopus

Thai Translated: moonoiaom

DO NOT EDIT POST AND PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS

PS. เนื่องจากบทสัมภาษณ์นี้แปลมาจากภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นโดยตรง อาจจะมีข้อมูลที่ผิดพลาด หรือเราอาจจะตีความผิดไป ถ้าตรงไหนที่เราแปลผิดไป ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ติชมได้ค่า ขอบคุณค่ะ

Advertisements

[iTranslation][แปลไทย] บทสัมภาษณ์สุด Exclusive ของ THE RAMPAGE จาก AbemaTIMES【คาวามูระ คาซุมะ】

.

*บทสัมภาษณ์นี้เป็นบทสัมภาษณ์จาก Abema TV เพื่อฉลองการเดบิวท์อย่างเป็นทางการของหนุ่มๆซึ่งได้มีการจัดรายการพิเศษทาง Abema TV ไปเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาด้วยค่ะ

a27a959ec467f69a4e446fd0d7b39315_f75e1b9b7de2e152ff3ff3f774d13f58

ในปี 2014 ได้มีการจัดออดิชั่นเพื่อค้นหาสมาชิก EXILE คนใหม่ 「EXILE PERFORMER BATTLE AUDITION」รวมถึงการออดิชั่น 「VOCAL BATTLE AUDITION 4」เพื่อตามหาเด็กหนุ่มอายุน้อยที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องนำ และการออดิชั่น「GLOBAL JAPAN CHALLENGE」ที่ได้รวบรวมเด็กหนุ่มมากความสามารถที่ต้องการประสบสำเร็จบนเวทีระดับโลก

THE RAMPAGE วงน้องใหม่จาก EXILE TRIBE ที่มีสมาชิกถึง 16 คน พวกเขาคือสมาชิกที่ผ่านการคัดเลือกจากการออดิชั่นจาก 3 รายการข้างต้น จุดที่ทำให้วงมีสเน่ห์มากที่สุดก็คือ การมีกลุ่ม นักเต้นและกลุ่มนักร้องนำอยู่ด้วยกัน โดยมีนักร้องนำ 3 คน และนักเต้นอีก 13 คน รวมตัวกันภายใต้วงที่มีชื่อว่า「RAMPAGE = การอาละวาด」ซึ่งเป็นวงที่มีสไตส์ฮิพฮอพและการเต้นอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากสองปีครึ่งในการฟอร์มวงและเผชิญกับ Musha Shugyou ถึงสองครั้ง สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ได้เดบิวท์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มกราคม กับซิงเกิ้ลเดบิวท์『Lightning』ซึ่งเราจะถามคำถามกับพวกเขาใน Q&A นี้คนละ 4 คำถามเกี่ยวกับช่วงเวลาระหว่าง Musha Shugyou และพวกเขาคิดอย่างไรกับ THE RAMPAGE


 

คาวามูระ คาซุมะ/ร้องนำ
การออดิชั่น:「EXILE Presents VOCAL BATTLE AUDITION 4」

 

 

Q: ช่วยเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุดในช่วงเวลาสองปีครึ่งระหว่าง Musha Shugyou

A: คงจะเป็นภาพที่เหมือนอารีน่าทัว
ได้เห็นจากบนเวทีในวันสุดท้ายระหว่าง Musha Shugyou ครั้งที่ 2 ในเกียวโตครับ

 

Q: ช่วยเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้คุณลำบากมากที่สุดในช่วงเวลาสองปีครึ่งระหว่าง Musha Shugyou

A: เป็นตอนที่เราแสดงที่โอคายาม่าครับ ตอนแรก (ที่เริ่ม Musha S
ou) ผมจำได้ว่าเราต้องไปเจรจาในหลายๆที่ และการได้รับอนุญาตให้ใช้เวทีนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ หลังจากนั้นก็ยังมีการแจกใบปลิวอีก หัวใจของผมเกือบจะแตกสลายเลยล่ะครับ

 

Q: ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากใช้เวลาถึงสองปีครึ่งกับ Musha Shugyou

A: โดยเฉพาะในระหว่าง Musha Shugyou ผม
ความตระหนักและความรับผิดชอบในฐานะ EXILE TRIBE และในฐานะศิลปินจาก LDH ของผมเพิ่มขึ้นมากทุกครั้งที่เราขึ้นแสดงครับ

 

Q: ถ้าให้คุณอธิบายถึง 「THE RAMPAGE」ในหนึ่งคำ คุณคิดว่า THE RAMPAGE คือวงแบบไหน

A: ผมคิดว่าพวกเราคือกลุ่มที่ไม่มีขอบเขต ซึ่งพวกเราจะท้าทายความคิดในแบบเดิมๆในทางที่ดี และจะทำสิ่งใหม่ๆและสิ่งที่สุดยอดต่อไปครับ

 

ข้อความพิเศษจาก คาวามูระ คาซุมะ

สวัสดีครับ! ผมคาวามูระ คาซุมะ นักร้องนำครับ! ผมคิดว่ารายการนี้จะทำให้คุณเห็นด้านที่ไม่เคยเห็นของ THE RAMPAGE และสมาชิกทุกคนสำหรับคนที่รู้จักหรือคนที่ไม่รู้จักพวกเรา ยังไงก็อย่าลืมติดตามกันนะครับ!! พวกเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้พวกคุณเห็นการแสดงที่มีพลังของพวกเรา ทั้งคนที่มาดูการแสดงของพวกเรา รวมถึงคนที่ไม่ได้มาดูด้วย ผมคงจะดีใจมากๆถ้าคุณดูรายการนี้ครับ!!

 

 

CREDITS

EN Translation by: MiRyo
TH Translation by: moonoiaom
Original interview: AbemaTimes
(https://abematimes.com/posts/1905922)
DO NOT EDIT POST AND PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS

**
Ps.1 Big thanks to MiRyo, who give me a chance to translate this interview into Thai for all RMPG fans in Thailand ~!

Ps.2 เนื่องจากผู้แปลเพิ่งติดตามหนุ่มๆได้ไม่นาน และบทสัมภาษณ์นี้แปลจากภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นโดยตรง หากมีส่วนไหนที่ตีความหรือมีข้อมูลที่ผิดพลาดไป ต้องขอโทษด้วยค่ะ

[iTranslation][INTERVIEW] 130327 บทสัมภาษณ์ของ CL ในนิตยสาร ‘Dazed Digital’ (ฉบับเต็ม) #Part1

1034263

นักร้องและแร๊พเปอร์ CL หนึ่งในสี่สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี 2NE1 เป็นที่รู้จักกันดีกับการแสดงบนเวที และผู้นำทางด้านเสื้อผ้า แร๊พเปอร์เกาหลีที่ได้รับการเคารพนับถือทาซ่าได้ให้สิ่งของกับเธอ ริฮันน่าติดตามเธอในอินสตาแกรม เธอได้ออกไปร่วมสังสรรค์กับ A$AP เธอเป็นเพื่อนสนิทของเจเรมี่ สก๊อตตผู้ที่ได้ออกแบบเสื้อผ้าให้กับพวกเธอในคอนเสิร์ต 2012 New Evolution Tour ที่ประสบความสำเร็จ เธอได้ไปนั่งชมแฟชั่นโชว์แถวหน้าแคทวอร์ค NY AW13 ของเขา เธอได้กลายเป็นเทพธิดาของเขา

แม้ว่าจะมี Girls’ Generation และ Wonder Girls พยายามเข้าไปบุกตลาดนอกเอเชีย 2NE1 เป็นที่รู้จักมากที่สุดของกลุ่มไอดอลหญิงนอกเหนือจาก K-Pop ทั่ว ๆ ไป พวกเธอประสบความสำเร็จในการจัดคอนเสิร์ตในอเมริกา ได้ทำงานร่วมกับ Will.I.am และเริ่มต้นที่ดีด้วยการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแคมเปญของ Adidas ของสหรัฐอเมริกาได้รับการรับรองโดย MTV, BBC, Forbes, CNN, Elle, and Rolling Stone

ดนตรีของพวกเธอ – อิเล็กโทรป๊อปที่หนักแน่นผสมผสานกับกลิ่นอายของฮิพฮอพที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ มุ่งมั่น และมีเอกลักษณ์ ร่วมกับภาพลักษณ์อันโดดเด่นของพวกเธอ ได้ลบภาพความคิกขุน่ารักที่เห็นได้จากเกิร์ลกรุ๊ปส่วนใหญ่ที่มีแก้มพองน่ารักๆ และมีดวงตากลมโตเหมือนตัวการ์ตูน(อนิเมะ) ซึ่งทำให้เกิร์ลกรุ๊ปเหล่านั้นถูกว่าจ้าง แทนที่จะเป็นอย่างนั้น CL และสมาชิกในวงของเธอ มินจี ดาร่า บอม ได้นำสไตล์ที่เกี่ยวกับความเป็นชาย (รวมถึงนักร้องร่วมค่าย BIGBANG) รถแข่ง หนาม หมุด ตะปูแหลม และท่าเต้นที่ดูมั่นใจ

เมื่อปีที่แล้วเราเห็นวิดิโอเพียงตัวเดียวจาก 2NE1 การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเพลงซึ่งเบาลงกว่าเดิม ‘I Love You’ แต่มีสิ่งเดียวที่เราคาดหวัง ตั้งแต่การเดบิวท์ในปี 2009 ก็คือการทำงานอย่างต่อเนื่องในวงการ จากสไตส์ของ K-pop กลายเป็นสไตส์ของพวกเธอเอง

เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา CL ได้กลายเป็นต้นแบบของแฟน ๆ และแร๊พเปอร์คนอื่น ๆ และนักร้อง K-Pop อย่างเช่น GLAM และ EXO-K ในขณะที่ 2NE1 มีอิทธิพล ภาพลักษณ์หรืออย่างอื่น คุณสารมารถเห็นได้จากกรุ๊ปเช่น Evol, D-Unit และ B.A.P.

DD: ช่วงเวลาล่าสุดของ 2NE1 ที่คุณชื่นชอบ?

CL: จริงๆแล้ว ฉันไม่สามารถเลือกได้เลย มันยากจริงๆค่ะ แต่ฉันรักการท่องเที่ยวไปกับพวกเธอและพบปะกับแฟนๆทั่วโลกค่ะ ฉันรักเวลาที่เราทัวร์ไปด้วยกันและเวลาที่เราอยู่บนเวที เวลานั้นเป็นของพวกเรา การแสดงครั้งแรกของพวกเราจัดขึ้นในโซล เมื่อเริ่มทัวร์ครั้งที่สอง เราสบตากัน เหมือนบอกว่า “โอเค มันเริ่มขึ้นแล้ว” และคุณจะรู้สึกเหมือนเป็นผีเสื้อ มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราแสดงและเริ่มจัด Global Tour ครั้งแรก

 

DD: เกิดอะไรขึ้นกับอัลบั้มใหม่ของ 2NE1?

CL: เรายังเก็บอัลบั้มของพวกเราไว้ค่ะ เราได้ทำวิดิโอขึ้นมาหนึ่งตัวแต่เราก็ไม่มีอัลบั้มออกมาเลยในหนึ่งปีครึ่งนี้ และเรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้มันออกมาวิเศษค่ะ

 

DD: คุณกังวลไหมที่จะปล่อยมันออกมาหลังจากหายไปนาน?

CL: เราตื่นเต้นมากกว่านะ ฉันกำลังจะขึ้นไปบนเวทีและแสดงเพลงใหม่อีกครั้งนึง

 

DD: มีเพลงโปรดไหม?

CL: ฉันพูดถึงไตเติ้ลไม่ได้แต่มีเพลงช้าค่ะ มันเกี่ยวกับความรู้สึกและแตกต่างจาก Lonely และเพลงช้าอื่นๆที่เราเคยทำค่ะ ฉันรักเพลงนี้ มันเกี่ยวกับการที่ฉันกำลังคิดถึงใครบางคนและมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเราที่จะเข้าถึงเนื้อเพลง เพราะว่าเรากำลังคิดถึงแฟนๆและเวทีของพวกเราค่ะ

 

1034148
CL และ A$AP Rocky

 

DD: ไอดอลหลายคนไม่ได้รับการสนับสนุนความคิดบนเวทีจากครอบครัว บางคนถึงกับสูญเสียความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่คุณพ่อของคุณแสดงการสนับสนุนอย่างเปิดเผย คุณยังสนิทกับท่านมั้ยคะถึงแม้ว่าจะมีตารางงานที่ยุ่งเหยิง?

CL: ค่ะ ตอนนี้คุณพ่อของฉันอาศัยอยู่ที่ปารีสและยุ่งตลอดเวลา แต่เราก็มักจะพูดคุยเรื่องต่างๆนะคะ ท่านเขียนหนังสือสำหรับเด็ก ท่านเคยวาดรูปของฉันตอนเด็กและเล่าเรื่องการทำหนังสือเล่มนี้ขึ้น ซึ่งมันมหัศจรรย์จริงๆค่ะ ฉันรู้สึกขอบคุณท่านอยู่เสมอเพราะว่าท่านอุปถัมภ์ฉันอยู่เสมอค่ะ ฉันให้หนังสือเล่มนี้กับหลายๆ คนและฉันรู้สึกมีความสุขจริงๆค่ะ มีรูปภาพของฉันตอนเด็กและรูปภาพที่ฉันวาดให้ท่านเพื่อเป็นของขวัญวันพ่อด้วยนะ

 

DD: คุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว YG/2NE1 แล้วตอนนี้ยังพักอยู่ในหอพักมั้ย?

CL: เรามีหอพักค่ะ จริงๆแล้วเราเพิ่งย้ายเข้าไปค่ะ ครอบครัวสมาชิกทุกคนอาศัยอยู่ในเกาหลีแต่ครอบครัวของฉันอาศัยอยู่ทั่วโลกค่ะ พวกเขาจะกลับมาเมื่ออยากกลับแต่ฉันทำไม่ได้ค่ะ ฉันมีที่ของฉันดังนั้นฉันจึงอยู่คนเดียวค่ะ

 

DD: พูดถึงสาวๆ 2NE1 หน่อย – ใครที่คุณจะไปหาเมื่อคุณมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก?

CL: จริงๆแล้วฉันไม่ไปหาใครเลย เพราะว่าฉันคือลีดเดอร์ ฉันเป็นพวกชอบเก็บมันไว้ค่ะ ฉันไม่อยากแสดงให้พวกเธอเห็น ดังนั้นพวกเธอจึงสามารถพึ่งพาฉันได้ค่ะ

 

DD: ใครที่คุณไปหาสำหรับคำแนะนำเรื่องงาน?

CL: ฉันจะไปหาพี่เท็ดดี้ (ปาร์ค) ค่ะ เขาเป็นคนแต่งเพลงทั้งหมดและเป็นโปรดิวเซอร์ของพวกเราด้วยค่ะ เขาเป็นคนเดียวที่ฉันจะแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในใจของฉัน ถ้าฉันผ่านผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ฉันก็จะแบ่งปันกับเขาค่ะ เขาเหมือนแสงนำทางของฉันค่ะ เขาอายุมากกว่าฉันดังนั้นเขามักจะให้คำแนะนำที่ดี ดูแลฉัน และทำให้ฉันมั่นใจว่าฉันดีสำหรับการเป็นผู้หญิงและนักแสดง!

 

DD: คุณถูกเรียกว่า ‘แฟชั่นนิสต้า’ ‘Baddest Female’ แล้วชื่อเหล่านี้หมายถึง?

CL: ฉันก็ไม่รู้ค่ะ มันคือสิ่งที่ฉันรักแต่ฉันจะไม่ทำเพื่อชื่อพวกนั้น ฉันจะไม่ทำเพื่อให้คนเรียกฉันว่า ‘แฟชั่นนิสต้า’ หรือ ‘ลีดเดอร์’ แต่ฉันรักแฟชั่นและศิลปะ และฉันก็สนุกมากกับสิ่งที่ทำ ฉันรักเวลาถูกเรียกว่า “Baddest Female” บนเวที ฉันดูเป็นผู้หญิงแบดๆ พวกเขาเลยเรียกฉันแบบนั้น

DD: คุณจะเห็นตัวคุณเองทำงานทางด้านดีไซน์ หรือคุณชอบที่จะเป็นนักแต่งเพลงมากกว่า?

CL: ฉันเป็นมากกว่าพวกที่ชอบคิดนะคะ แม้เวลาที่มาอยู่กับเพลง ฉันอยากเป็นนักแต่งเพลงค่ะ

 

DD: คุณจะเริ่มต้นทำแฟชั่นในแบบของคุณมั้ย?

CL: ฉันไม่อยากทำ เพราะมันไม่ใช่ฉัน 100% ฉันจะรอค่ะ บางทีอาจจะสักวันหนึ่งแต่ไม่ใช่ตอนนี้ ฉันอยากเป็นเทพธิดาของใครสักคน

 

DD: ใครคือคนพิเศษ?

CL: ฉันรัก Jeremy Scott ค่ะ มันยากนะ… ฉันรัก Karl Lagerfield, Riccardo Tisci ฉันรักผลงานของพวกเขาค่ะ มันยากมากที่จะเลือกเพียงคนเดียว ฉันขอเลือกทั้งสามคนเลยได้มั้ย?

 

1034151
CL และ Jeremy Scott

 

 

DD: สไตล์ของ 2NE1 นั้นเป็นต้นแบบและพังกรอบเดิมๆอย่างไม่เกรงกลัว แต่ล่าสุดพวกคุณทั้งสี่คนได้ถ่ายแบบกับนิตยสารและทดลองกับหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะลองถ่ายภาพแบบโลว์คีย์ (Note: การถ่ายภาพแบบจัดแสงให้ลงเฉพาะจุด) และอิมเมจที่ดูเป็นผู้หญิงขึ้น… สถานที่ไหนที่คุณอยากจะเห็น 2NE1 – ความเข้าใจในแฟชั่น – ในอนาคต?

CL : นิตยสารที่พวกเราแยกกันไปถ่ายสี่เล่มนั้นแค่สนุกๆค่ะ พวกเราแต่ละคนมีสไตล์เฉพาะตัวรวมกันเป็น 2NE1 สไตล์ แต่พวกเราแยกกันถ่าย แน่นอน พวกเรามีบุคลิกเฉพาะตัวค่ะ เพราะฉะนั้นพวกเราจึงต้องการแสดงให้หลายๆคนได้เห็นอีกด้านของ 2NE1 เพราะสีสันสดใสที่พวกเรามีนั้นไม่ได้มีแค่ด้านเดียว ในทุกๆวันพวกเราใส่เสื้อผ้าตามความรู้สึกค่ะ ด้วยความเคารพ อนาคตจะขึ้นอยู่กับรูปแบบดนตรีที่พวกเราปล่อยออกมาค่ะ เพราะลุคของพวกเราจะต้องตรงกับคอนเซ็ปของเพลงนั้นๆ โดยส่วนตัว มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของฉันด้วยหรือความรู้สึกที่พวกเรารู้สึกกันอยู่ค่ะ และมันจะขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำมันไปเพื่ออะไรและจากนั้นเราก็จะไปเพื่อเหตุผลนั้นค่ะ

-TBC-

 

CREDIT

Source: www.dazeddigital.com

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

DO NOT EDIT AND PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

 

[iTranslation][INTERVIEW] CL in Elle Singapore Magazine (May 2016) “10 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ CL!”

……………..

CgTatmsUEAAzzKm

  1. ของโปรดของเธอ

ฉันชอบเคี้ยวหมากฝรั่งรสองุ่นค่ะ!

 

  1. แรงบันดาลใจของเธอ

ภาพยนตร์ ศิลปะ และเรื่องราวต่างๆของผู้คนคือแรงบันดาลใจของฉันค่ะ ฉันชอบพูดคุยและได้รู้จักกับคนอื่นๆ ทุกคนมีชีวิตที่แตกต่างกัน ฉันอาจจะไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตของคุณ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันได้ฟังสิ่งเหล่านั้น ฉันก็จะสามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆในชีวิตของคุณได้ค่ะ

CgUy1gJWEAA4eeQ

  1. วลีเด็ดของเธอ

ฉันปล่อยให้หลายๆอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็จะเชื่อค่ะ

 

  1. ความรู้สึกไวต่อกลิ่นของเธอ

ฉันใช้น้ำหอมเยอะมากค่ะ ฉันเลือกกลิ่นที่ชอบแน่นอนไม่ได้ มีหลายกลิ่นที่ฉันไม่ชอบด้วย ฉันมีความรู้สึกไวต่อกลิ่นมากค่ะ ฉันเปลี่ยนน้ำหอมตามอารมณ์ของฉัน และฉันฉีดน้ำหอมเยอะเลยล่ะค่ะ

CgTatmoUUAEa2I-

  1. เป้าหมายสูงสุดของเธอ

ฉันสร้างความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น และฉันก็หวังว่าฉันจะได้รับแรงบันดาลใจจากพวกเขาเหมือนกันค่ะ ฉันค่อยๆไปทีละขั้น ฉันไม่อยากเร่งรีบเพราะฉันอยากทำมันให้ดีค่ะ

 

  1. สิ่งที่ต้องทำทุกเช้า

อาบน้ำและมาส์กหน้าค่ะ

CgTgTdJUsAIFaYm

  1. สิ่งที่ต้องทำก่อนนอน

คิดถึงสิ่งที่ฉันได้ทำในวันนี้ค่ะ

 

  1. เคล็ดลับการช็อปปิ้งของเธอ

ฉันพร้อมที่จะเข้าสู่วินเทจแล้วค่ะ เพื่อนของฉันที่เป็นผู้เชี่ยวชาญใน eBay และมีคอนเนคชั่นในนั้น เป็นคนช่วยเหลือฉันค่ะ ฉันได้ไปร้านแบบวินเทจตอนที่ฉันไปเที่ยวที่ลอสแองเจลิส นิวยอร์ก และลอนดอนด้วยค่ะ

CgUoBEuUUAAaW1p

  1. ตัวตนเวลาไม่ได้อยู่บนเวทีของเธอ

ฉันชอบพูดคุยและใช้เวลาพักผ่อนกับเพื่อนๆค่ะ ฉันไม่ชอบดื่มกาแฟข้างนอก ฉันจะชวนเพื่อนๆมาที่บ้านของฉัน ดูหนัง หรือไม่ก็ไม่ทำอะไรเลยค่ะ

 

  1. คำแนะนำที่ล้ำค่าที่สุดของเธอ

คุณพ่อของฉันมักจะบอกกับฉันว่า ให้ฉันโฟกัสกับสิ่งๆหนึ่ง แล้วฉันจะได้เห็นผลลัพธ์ของสิ่งๆนั้นค่ะ… ฉันจะคิดถึงคำนี้เวลาที่ฉันเร่งรีบจะทำอะไรบางอย่าง หรือเวลาที่ฉันรู้สึกสูญเสียค่ะ

CgUoBE2UEAE6w4h

 

 

 

CREDIT

Source: ELLE Singapore (May 2016) / SCANNED: @Slipperin

PIC: ELLE Singapore

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

 

 

[iTranslation][INTERVIEW] บทสัมภาษณ์สุด Exclusive ของ THE RAMPAGE จาก AbemaTIMES【โยชิโนะ โฮคุโตะ】

.

*บทสัมภาษณ์นี้เป็นบทสัมภาษณ์จาก Abema TV เพื่อฉลองการเดบิวท์อย่างเป็นทางการของหนุ่มๆซึ่งได้มีการจัดรายการพิเศษทาง Abema TV ไปเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาด้วยค่ะ

 

ในปี 2014 ได้มีการจัดออดิชั่นเพื่อค้นหาสมาชิก EXILE คนใหม่ 「EXILE PERFORMER BATTLE AUDITION」รวมถึงการออดิชั่น 「VOCAL BATTLE AUDITION 4」เพื่อตามหาเด็กหนุ่มอายุน้อยที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องนำ และการออดิชั่น「GLOBAL JAPAN CHALLENGE」ที่ได้รวบรวมเด็กหนุ่มมากความสามารถที่ต้องการประสบสำเร็จบนเวทีระดับโลก

THE RAMPAGE วงน้องใหม่จาก EXILE TRIBE ที่มีสมาชิกถึง 16 คน พวกเขาคือสมาชิกที่ผ่านการคัดเลือกจากการออดิชั่นจาก 3 รายการข้างต้น จุดที่ทำให้วงมีสเน่ห์มากที่สุดก็คือ การมีกลุ่ม นักเต้นและกลุ่มนักร้องนำอยู่ด้วยกัน โดยมีนักร้องนำ 3 คน และนักเต้นอีก 13 คน รวมตัวกันภายใต้วงที่มีชื่อว่า「RAMPAGE = การอาละวาด」ซึ่งเป็นวงที่มีสไตส์ฮิพฮอพและการเต้นอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากสองปีครึ่งในการฟอร์มวงและเผชิญกับ Musha Shugyou ถึงสองครั้ง สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ได้เดบิวท์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มกราคม กับซิงเกิ้ลเดบิวท์『Lightning』ซึ่งเราจะถามคำถามกับพวกเขาใน Q&A นี้คนละ 4 คำถามเกี่ยวกับช่วงเวลาระหว่าง Musha Shugyou และพวกเขาคิดอย่างไรกับ THE RAMPAGE

 


 

โยชิโนะ โฮคุโตะ/นักร้องนำ

การออดิชั่น:「EXILE Presents VOCAL BATTLE AUDITION 4」

 

Q: ช่วยเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุดในช่วงเวลาสองปีครึ่งระหว่าง Musha Shugyou

A: ในไลฟ์ของพวกเราที่ฟุคุชิม่า พวกเราได้มองหาสถานที่ที่พวกเราสามารถทำการแสดง และรวบรวมผู้คนที่มาดูการแสดงของพวกเราโดยการแจกใบปลิว พวกเราทำการแสดงนี้ทั้งหมดด้วยตัวเอง และแน่นอนว่า ถึงแม้จะมีผู้คนเพียงน้อยนิดที่มาดูการแสดงของพวกเราในวันนั้น ถ้าไม่คำนึงถึงอายุของผู้ชม ที่มีทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่แวะมาดูการแสดงของพวกเราล่ะก็ ผมรู้สึกว่า การเดบิวท์ของพวกเราคงไม่เกิดขึ้นแน่ๆ ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆ และสิ่งนี้ยังทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศที่ดีรอบข้างตอนนี้ด้วยครับ

 

Q: ช่วยเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้คุณลำบากมากที่สุดในช่วงเวลาสองปีครึ่งระหว่าง Musha Shugyou

A: น่าจะเป็นตอนที่พวกเราแสดงทัวร์ทั่วประเทศระหว่าง Musha Shugyou ปี 2016 ในฐานะนักร้องเดี่ยวล่ะครับ ผมต่อสู้ในขณะที่รู้สึกกดดันกับทุกการแสดง คิดถึงความยากในการร้องเดี่ยว การขาดทักษะ หรือความจริงที่ผมต้องเป็นคนพยุงทีมในฐานะนักร้องเดี่ยวแล้วด้วย ผมคิดเรื่องพวกนี้ระหว่างที่อยู่คนเดียวในขณะที่ก็ได้รับคำแนะนำไปด้วยครับ

 

Q: ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากใช้เว
สองปีครึ่งกับ Musha Shugyou

A: ผมทำหลายๆสิ่งในทางที่ดีขึ้นครับ ผมคิดว่าการรับรู้และความรู้สึกในการรับผิดชอบของผมดีขึ้นหลังจากที่ผมทำผิดพลาด และผมสามารถพูดอย่างมั่นใจได้เลยว่า สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป(ในตัวผมมากที่สุด) ก็คือ ความภาคภูมิใจของผมที่เพิ่มขึ้นไปในทางที่ดีครับ

 

Q: ถ้าให้คุณอธิบายถึง 「THE RAMPAGE」ในหนึ่งคำ คุณคิดว่า THE RAMPAGE คือวงแบบไหน

A: วงที่มีความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ครับ

 

 

■ ข้อความพิเศษจากโยชิโนะ โฮคุโตะ

สวัสดีครับทุกคน! ยินดีที่ได้รู้จัก ผม โยชิโนะ โฮคุโตะ นักร้องนำของ THE RAMPAGE ครับ! พวกเรา THE RAMPAGE จะเดบิวท์อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มกราคมนี้!! และเนื่องจากวันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่น่าจดจำ ดังนั้นพวกเรา THE RAMPAGE จะรายการพิเศษที่จะฉายผ่านทาง Abema TV ด้วยครับ! รายการนี้เป็นรายการที่จะทำให้คุณรู้จักพวกเราเล็กๆน้อยๆ และเนื่องจากนี่เป็นรายการที่สนุกมากจริงๆ ผมคงจะมีความสุขมากๆ ถ้ามีคนดูรายการนี้เยอะๆ! และนอกจากนี้ยังมีการประกาศอีกว่า วันที่ 28 มกราคมจะมีการจัดงานเปิดตัวซิงเกิ้ลเดบิวท์ของพวกเรา ‘Lightning’ ยังไงก็อย่าลืมมาชมกันด้วยนะครับ!! และผมคิดว่าคงมีหลายๆคนไม่สามารถมางานนี้ได้เนื่องจากสถานที่จัดค่อนข้างไกล แต่ยังไงก็ตาม สำหรับคนที่ไม่สามารถมาร่วมงานนี้ได้ เราก็จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง Abema TV ด้วยครับ ดังนั้นทุกคนสามารถดูผ่านทาง Abema TV ได้ แล้วมาสนุกกันนะครับ!! ถ้างั้น ยังไงก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ!!

 

 

CREDITS

EN Translation by: MiRyo
TH Translation by: moonoiaom
Original interview: AbemaTimes
(https://abematimes.com/posts/1905922)
DO NOT EDIT POST AND PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS

 

**
Ps.1 Big thanks to MiRyo, who give me a chance to translate this interview into Thai for all RMPG fans in Thailand ~!

Ps.2 เนื่องจากผู้แปลเพิ่งติดตามหนุ่มๆได้ไม่นาน และบทสัมภาษณ์นี้แปลจากภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นโดยตรง หากมีส่วนไหนที่ตีความหรือมีข้อมูลที่ผิดพลาดไป ต้องขอโทษด้วยค่ะ

 

[iTranslation][INTERVIEW] CL in Highsnobiety Magazine (April 2016)

.

IMG_8904

CL เป็นคนแบบไหน?

“ฉันเป็นคนประเภทที่ว่า ‘ต้องเดี๋ยวนี้ ตอนนี้’ ค่ะ ฉันเชื่อในปัจจุบันมากกว่า และฉันก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดค่ะ”

 

IMG_8905

ขุมพลังของ CL

“ฉันได้รับแรงบันดาลใจมาจากผู้หญิงในครอบครัวค่ะ พวกเธอมีพลังที่แข็งแกร่งมากจริงๆ ฉันบอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะว่าเป็นยังไง แต่เวลาที่ฉันอยู่กับพวกเธอฉันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของห้องแสดงผลงานศิลปะด้วย บางคนเป็นนักธุรกิจ หรือเป็นแม่บ้านก็มีค่ะ”

 

IMG_8896

CL กับความฝัน

“ฉันอยากเป็นแม่คนบ้าง นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากเป็นมากจริงๆค่ะ”

 

IMG_8893

CL พูดถึงเพลง Hello Bitches

“คำว่า ‘bitch’ ใช้พูดเล่นกับเพื่อนๆก็ได้ค่ะ ส่วน ‘Hello Bitches’ เพลงนี้คือของขวัญสำหรับแฟนๆชาวเอเชียที่รอคอยการคัมแบคของฉันค่ะ แต่ฉันก็หวังว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงเปิดตัวที่ดีของฉันในอเมริกา ฉันรู้สึกว่าเพลงนี้แสดงความเป็นตัว ‘ฉัน’ ได้ดีและยังโฟกัสที่เอกลักษณ์ของฉันด้วยค่ะ”

 

IMG_8899

วิธีรักษาสุขภาพของ CL

“ฉันต้องนอนให้ได้ 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการควบคุมอาหารที่ทานเข้าไปก็สำคัญเหมือนกันค่ะ นี่คือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ในหลายปีที่ผ่านมานี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องให้ความสนใจกับการรักษาสุขภาพค่ะ แล้วก็ต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันสามารถผ่านสถานการณ์ต่างๆมาได้ค่ะ”

 

IMG_8892

เป้าหมายสุดท้ายของ CL

“ความฝันของฉันคือทำในสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ต่อไปค่ะ ฉันอยากทำงานมากกว่านี้ ฉันอยากพบเจอผู้คนมากขึ้นและอยากเรียนรู้ให้มากกว่านี้ ฉันอยากเปิดโลกทัศน์ และอยากมีประสบการณ์หลายๆอย่างในชีวิตค่ะ”

 

 

CREDIT

Source: Highsnobiety Magazine (SCAN by ChaerinThailand )

PIC: CL’s IG / ChaerinThailand  / WE LOVE CHAERIN

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

DO NOT EDIT AND PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][INTERVIEW] 150504 Harper’s BAZAAR: การแนะนำเบื้องต้นสำหรับวงการ K-pop

.gallery-1430756541-454461950

Harper’s BAZAAR: แฟชั่นและความงามมีส่วนร่วมในวัฒนธรรมของ K-pop อย่างไร?

*แปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ CL และ 2NE1*

David Yi: มีวงหนึ่งชื่อ 2NE1 ลีดเดอร์ของเธอคือ CL ซึ่งตอนนี้กำลังจะเดบิวท์ในอเมริกาภายใต้ต้นสังกัด Capitol Records ดังนั้นเธอจะต้องดังมากแน่ๆ เธอร่วมงานกับ Jeremy Scott เธอมักจะนั่งอยู่แถวหน้าในงานแฟชั่นวีคเสมอ เธอคือสาวมั่น แฟชั่นสไตส์เกาหลีจะเป็นแนวสตีทแวร์และความหรูหรา ผมพูดถึง 2NE1 ก็เพราะว่าพวกเธอคือกลุ่มที่นำแบรนด์ Givenchy และ Balmain เข้าสู่เกาหลีและทำให้แบรนด์ทั้งสองนี้โด่งดังในเกาหลี พวกเธอกลายเป็นเพื่อนกับ Jeremy Scott เพราะพวกเธอมักจะสวมเสื้อผ้าของเขาในแบรนด์ Adidas เขาจึงโด่งดังมากในเอเชียเพราะแฟนๆ นอกจากนี้พวกเธอยังเป็นกลุ่มแรกที่เริ่มสวมใส่เสื้อผ้าจากแบรนด์ Hood by Air ก่อนใครๆ ไม่ว่าเป็นแบรนด์ Off White หรือแบรนด์อื่นๆที่เราสามารถเห็นได้ใน VFiles (เว็บไซต์เกี่ยวกับแฟชั่น) ในตอนนี้ ปัจจุบันการสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ยุโรปกับสตีทแวร์เข้าด้วยกันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

.

CREDIT

Source: Harper’s BAZAAR

Thai Translated by: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT