[iTranslation][INTERVIEW] CL in Highsnobiety Magazine (April 2016)

.

IMG_8904

CL เป็นคนแบบไหน?

“ฉันเป็นคนประเภทที่ว่า ‘ต้องเดี๋ยวนี้ ตอนนี้’ ค่ะ ฉันเชื่อในปัจจุบันมากกว่า และฉันก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดค่ะ”

 

IMG_8905

ขุมพลังของ CL

“ฉันได้รับแรงบันดาลใจมาจากผู้หญิงในครอบครัวค่ะ พวกเธอมีพลังที่แข็งแกร่งมากจริงๆ ฉันบอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะว่าเป็นยังไง แต่เวลาที่ฉันอยู่กับพวกเธอฉันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของห้องแสดงผลงานศิลปะด้วย บางคนเป็นนักธุรกิจ หรือเป็นแม่บ้านก็มีค่ะ”

 

IMG_8896

CL กับความฝัน

“ฉันอยากเป็นแม่คนบ้าง นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากเป็นมากจริงๆค่ะ”

 

IMG_8893

CL พูดถึงเพลง Hello Bitches

“คำว่า ‘bitch’ ใช้พูดเล่นกับเพื่อนๆก็ได้ค่ะ ส่วน ‘Hello Bitches’ เพลงนี้คือของขวัญสำหรับแฟนๆชาวเอเชียที่รอคอยการคัมแบคของฉันค่ะ แต่ฉันก็หวังว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงเปิดตัวที่ดีของฉันในอเมริกา ฉันรู้สึกว่าเพลงนี้แสดงความเป็นตัว ‘ฉัน’ ได้ดีและยังโฟกัสที่เอกลักษณ์ของฉันด้วยค่ะ”

 

IMG_8899

วิธีรักษาสุขภาพของ CL

“ฉันต้องนอนให้ได้ 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการควบคุมอาหารที่ทานเข้าไปก็สำคัญเหมือนกันค่ะ นี่คือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ในหลายปีที่ผ่านมานี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องให้ความสนใจกับการรักษาสุขภาพค่ะ แล้วก็ต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันสามารถผ่านสถานการณ์ต่างๆมาได้ค่ะ”

 

IMG_8892

เป้าหมายสุดท้ายของ CL

“ความฝันของฉันคือทำในสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ต่อไปค่ะ ฉันอยากทำงานมากกว่านี้ ฉันอยากพบเจอผู้คนมากขึ้นและอยากเรียนรู้ให้มากกว่านี้ ฉันอยากเปิดโลกทัศน์ และอยากมีประสบการณ์หลายๆอย่างในชีวิตค่ะ”

 

 

CREDIT

Source: Highsnobiety Magazine (SCAN by ChaerinThailand )

PIC: CL’s IG / ChaerinThailand  / WE LOVE CHAERIN

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

DO NOT EDIT AND PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][INTERVIEW] 150504 Harper’s BAZAAR: การแนะนำเบื้องต้นสำหรับวงการ K-pop

.gallery-1430756541-454461950

Harper’s BAZAAR: แฟชั่นและความงามมีส่วนร่วมในวัฒนธรรมของ K-pop อย่างไร?

*แปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ CL และ 2NE1*

David Yi: มีวงหนึ่งชื่อ 2NE1 ลีดเดอร์ของเธอคือ CL ซึ่งตอนนี้กำลังจะเดบิวท์ในอเมริกาภายใต้ต้นสังกัด Capitol Records ดังนั้นเธอจะต้องดังมากแน่ๆ เธอร่วมงานกับ Jeremy Scott เธอมักจะนั่งอยู่แถวหน้าในงานแฟชั่นวีคเสมอ เธอคือสาวมั่น แฟชั่นสไตส์เกาหลีจะเป็นแนวสตีทแวร์และความหรูหรา ผมพูดถึง 2NE1 ก็เพราะว่าพวกเธอคือกลุ่มที่นำแบรนด์ Givenchy และ Balmain เข้าสู่เกาหลีและทำให้แบรนด์ทั้งสองนี้โด่งดังในเกาหลี พวกเธอกลายเป็นเพื่อนกับ Jeremy Scott เพราะพวกเธอมักจะสวมเสื้อผ้าของเขาในแบรนด์ Adidas เขาจึงโด่งดังมากในเอเชียเพราะแฟนๆ นอกจากนี้พวกเธอยังเป็นกลุ่มแรกที่เริ่มสวมใส่เสื้อผ้าจากแบรนด์ Hood by Air ก่อนใครๆ ไม่ว่าเป็นแบรนด์ Off White หรือแบรนด์อื่นๆที่เราสามารถเห็นได้ใน VFiles (เว็บไซต์เกี่ยวกับแฟชั่น) ในตอนนี้ ปัจจุบันการสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ยุโรปกับสตีทแวร์เข้าด้วยกันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

.

CREDIT

Source: Harper’s BAZAAR

Thai Translated by: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][INTERVIEW] 140709 Taeyang GQ KOREA, “To me” Part I

เอดิเตอร์: จองอูชอล

แทยังได้ปล่อยอัลบั้มใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า RISE โดยมีไตเติ้ลคือเพลง Eyes, Nose, Lips ที่ไม่เพียงแต่สามารถขึ้นครองชาร์ทในประเทศเป็นเวลานานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถขึ้นครองชาร์ทสากลอย่าง iTunes ได้อีกด้วย เขาจัดทัวร์คอนเสิร์ตหลายเมืองในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเขาประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว แทยังบอกว่า “ผมไม่มีเรื่องจะพูดเยอะมากนัก ถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากสัมภาษณ์ตอนนี้เลยครับ”

ty1

คุณจำข้อความที่เราคุยกันตอนเช้าวันปล่อยอัลบั้มได้ไหม?

จำได้สิครับ

แล้วการโต้ตอบของคุณต่อข้อความเหล่านั้นล่ะ?

(หัวเราะ) ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้นะ มันเป็นแบบนี้เอง

ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มจากตรงนั้นเลยดีไหม?

ครับ หลังจากอัลบั้ม Solar ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำในอัลบั้มต่อไปเลย ผมเดินทางไปเที่ยวหลายที่เลย ในอัลบั้มหน้า ผมอยากทำในสิ่งที่ผมต้องการ ดนตรีที่ผมเข้าถึงตอนนี้มันดาร์กมากครับ เป็นเพลงใต้ดินแนว R&B เมื่อผมพยายามทำเพลงแนวนี้ ผมจะจบลงด้วยการฟุบหัวลงบนโต๊ะที่บริษัท

คุณไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น?

เมื่อมองย้อนกลับไป ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงคิดแบบนั้น แต่ผมคิดว่าผมสามารถทำในสิ่งที่ผมต้องการในอัลบั้มหน้าได้ ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วล่ะ…

คุณคิดว่าวายจีคงไม่คาดหวังเกี่ยวการขายอัลบั้มของคุณ?

มันเป็นแบบนั้นจนถึงตอนนี้ล่ะครับ และผมคิดว่าตอนนี้ผมมาได้ไกลมากจริงๆ

เมื่อพูดถึงเพลงใต้ดินแนว R&B คุณคิดว่าเป็นศิลปินอย่าง The Weekend?

ตอนนั้น ผมพบว่าเพลงใต้ดินแนว R&B เป็นอะไรที่สดใหม่จริงๆ และผมก็รู้สึกว่านี่แหละเส้นทางของผม ผมเคยทำเพลงแนว R&B เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพลง R&B เป็นเพลงที่กำกวมจริงๆนะครับ แต่สำหรับผม เพลงที่มีจังหวะกลางๆ ได้มาถึงจุดสูงสุดของมันแล้ว ความน่าสนใจของมันจึงหายไป ดังนั้นผมจึงอยากเป็นคนแรกในเกาหลีที่ปล่อยเพลงแนวใหม่แบบนี้ครับ (หัวเราะ)

คุณต้องการปล่อยอัลบั้มก่อนอัลบั้ม Channel Orange ของ Frank Ocean ไหม?

ครับ แน่อยู่แล้ว (หัวเราะ) * เพิ่มเติม: Frank Ocean คือนักแต่งเพลงอิสระและแร๊พเปอร์ชาวอเมริกัน ที่ได้แต่งเพลงให้กับศิลปินระดับโลกอย่าง Brandy, Justin Bieber และ John Legend / อัลบั้ม Channel Orange ของ Frank Ocean เป็นอัลบั้มเดบิวท์ในปี 2010* (คำถามนี้พูดถึงอัลบั้มเก่านะคะ)

แต่ทางบริษัท โดยเฉพาะประธานบริษัท ยางฮยอนซอก กลับรู้สึกแตกต่าง?

ความต้องการของบริษัท คือ เพลงของผมจะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากขึ้นครับ มันเป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะต้องยอมรับในตอนแรก แต่เมื่อผมลองคิดดูแล้ว ถ้าผมยังทำตัวดื้อรั้นอยู่แบบนี้ อัลบั้มใหม่ของผมคงไม่มีวันได้ปล่อยออกมาแน่ๆ ผมคิดว่าความดื้อรั้นของปมคือสิ่งที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งตามกาลเวลาครับ สิ่งไหนที่ผมไม่อยากทำ ผมก็จะไม่ค่อยทำมันครับ และเมื่อเป็นแบบนั้น บางทีผมควรพยายามยอมรับสิ่งต่างๆเหล่านี้ และเมื่อผมเปลี่ยนแนวทางการทำอัลบั้มนี้ ผมคิดว่าผมได้ทำเพลงที่ได้รับฟังสิ่งต่างๆที่หลายคนอยากจะพูดครับ

สำหรับ YG นั้นเป็นค่ายภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งเมื่อเปรียบเทียบกับค่ายอื่นๆ ศิลปินของพวกเขาจะถูกจำกัดอยู่ในกรอบและสามารถแสดงตัวตนของตัวเองได้อย่างอิสระ

(หัวเราะ) ผมคิดว่ามีการเข้าใจผิดนะ มันช่วยไม่ได้ที่คุณจะเห็นความแตกต่างระหว่างภายในและภายนอกค่าย เพราะจริงๆแล้ว ทางค่ายได้จัดการตลาดเพลงหลักและเรื่องทั่วๆไปด้วยครับ ถ้าให้เปรียบเทียบแล้ว ก็เหมือนกับผมเป็นนักพนัน แต่ผมก็ไม่ใช่คนตัดสินใจเดิมพันอยู่ดี ผมสร้างทางเดินไว้ และทางค่ายจะเป็นคนมองทางเดินเหล่านั้นแล้วเดิมพันครับ และเมื่อค่ายเติบโตขึ้น แนวเพลงต่างๆก็มีมากขึ้นเช่นกัน บางครั้งมันก็ยากที่จะเชื่อนะครับว่า Akdong Musician จะอยู่ในค่ายเรา แต่อย่างไรก็ตาม อัลบั้มนี้ก็ได้ปล่อยออกมาแล้ว ความคิดอยู่ในใจของผมคือ บางทีแบบนี้อาจจะเหมาะกับผมก็ได้ มันอาจจะแตกต่างกับความพอใจของผม แต่ผมจะไม่ทำในสิ่งที่ผมไม่อยากทำครับ คุณคิดว่าไงล่ะ?

ผมคิดว่าคุณต้องพูดแบบนี้กับเพลงส่วนใหญ่แน่ๆ แต่อัลบั้มนี้ยิ่งแสดงให้เห็นถึงสิ่งดีๆมากขึ้นเมื่อได้ฟังมัน เวลาผมดูการประกวดของยูนาคิม (*ผู้เข้าประกวดรายการ Superstar K3 และอดีตเด็กฝึกของค่าย YG ที่ตอนนี้ไปเดบิวท์กับค่ายอื่นแล้ว*) ซ้ำไปซ้ำมา ผมก็เริ่มเห็นความแตกต่างที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน มันคล้ายกับตอนนี้เลย ผมค้นพบว่าช่วงเวลาเหล่านี้ทำให้ผมเห็นความตั้งใจที่คุณใส่ลงไปในอัลบั้มนี้ นอกจากนี้ยังมีการออกเสียงและการเลือกใช้คำที่น่าสนใจด้วย

ได้ยินคุณพูดแบบนี้แล้วผมรู้สึกเหมือนสิ่งต่างๆที่ผมตั้งใจทำมาได้แสดงผ่านอัลบั้มนี้ทั้งหมดเลยครับ

ty2

คุณได้ฟังอัลบั้มนี้ตอนปล่อยออกมาไหม?

ผมคิดว่าผมต้องการเวลาสักพักก่อนจะฟังเพลงในอัลบั้มนี้ด้วยความเย็นชาครับ (ไม่เข้าข้างตัวเอง) ผมไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้นเมื่อไหร่เหมือนกันครับ

คุณพูดถึงมันโดยไม่มีความเย็นชาเลยนะ

ผมแค่… อืม ผมแค่ต้องการให้อัลบั้มของผมวางขาย ผมอยากฟังความคิดเห็นของทุกคน ผมไม่มีอะไรจะพูดเยอะ และถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากจะให้สัมภาษณ์ช่วงนี้เลยครับ

แล้วไม่มีทางอื่นที่ต้องการปล่อยอัลบั้มเลยเหรอ?

เวลาผมคิดถึงเรื่องนี้แล้ว “โอเค งั้นผมจะปล่อยเพลงในแบบของผมก็ได้ ไม่ต้องแคร์ใคร” มันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ เมื่ออัลบั้มได้รับการยอมรับหรือผมทำให้เขารู้สึกเชื่อถือได้ก็ตาม ผมก็ยังรู้สึกว่าผมควรปล่อยอัลบั้มที่เหมาะสมกับความรู้สึกเหล่านั้น

เพลงเดี่ยวของคุณได้รับการตอบรับที่ดีมากเลยนะ แล้วทำไมถึงสัมภาษณ์ด้วยเสียงแบบนั้นล่ะ?

อย่างนั้นเหรอครับ? (หัวเราะ) นี่คือเหตุผลที่ผมไม่ค่อยอยากจะพูดเยอะไงครับ แต่ผมก็อยู่ที่นี่แล้วกำลังพูดทุกอย่างอยู่สินะ (หัวเราะ)

เพลงไหนคือเพลงแรกที่คุณเริ่มทำในอัลบั้มนี้?

Intro (RISE) ครับ ตอนแรกที่ทำเพลงนี้ ผมก็คิดว่าแบบนี้แหละ ใช่เลย หลังจากที่ผมได้ฟังมัน ผมก็สามารถมองเห็นภาพการจัดทำอัลบั้มหรือแม้กระทั่งการแพ็คอัลบั้มเลยครับ

มันจับใจผมมากเลย ดนตรีที่มีความซับซ้อน และนอกจากนี้ผมยังรู้สึกถึงความฝันอันยิ่งใหญ่หรือการก้าวผ่านพื้นที่กว้างขวางที่ผมชอบ และท่อน “Put your hands in the air” มันบ่งบอกถึงการเดินทาง แต่หลังจากอินโทรนี้จบ เพลงต่อไปกลับเป็นเพลง Eyes, Nose, Lips และ 1AM ซึ่งเหมือนการเดินทางนี้ได้สิ้นสุดลง และจู่ๆเราก็มาอยู่สักที่หนึ่งในฮับจอง

มันก็จริงนะ ความฝันและความจริงก็อยู่ร่วมกันแบบนั้นแหละครับ (หัวเราะ)

คุณกับเท็ดดี้เขียนเพลง Eyes, Nose, Lips ร่วมกัน?

เพราะอัลบั้มติดขัดและปล่อยช้ากว่ากำหนด เท็ดดี้ฮยองกับผมจึงมีเวลาพูดคุยกันเยอะแยะเลยล่ะครับ ข้อสรุปจองพวกเราคือ ทำเพลงที่ทำให้ทุกคนพูดว่า “โอ้ เขาเป็นนักร้องที่เยี่ยมจริงๆ” อะไรแบบนี้น่ะครับ ดังนั้นพวกเราจึงทำเพลงรักขึ้น เมื่อ 4 ปีที่แล้วผมมีคนรักและก็ได้แยกจากกันไป และสิ่งที่จดลงในสมุดก็กลายเป็นเพลงนี้ เพลงนี้เป็นเรื่องราวของผมเองครับ

 

คุณได้ร้องเพลงนี้อย่างสวยงามบนเวทีเดบิวท์ (อินกิกาโย)

อย่างนั้นเหรอครับ?

คุณไม่รู้หรือ?  เพราะคุณให้ความสำคัญกับการแสดง ผมคิดว่ามีแค่แฟนเพลงของคุณเท่านั้นที่ชื่นชมเสียงของคุณในการร้องเพลง แต่ในเพลงนี้คุณร้องมันได้อย่างครบถ้วน แม้กระทั่งคอรัส

ครับ ผมเคยมีช่วงเวลาแบบนี้ พูดตามตรงเลยนะครับ เวลาที่ผมแสดงผมจะไม่บังคับตัวเองว่าจะต้องร้องให้ดี แต่ผมจะพยายามร้องให้ดีเพราะทุกคนจะได้ไม่บ่นว่า “ทำไมเขาร้องเพลงโดยไม่ใส่ใจแบบนี้นะ?” ผมก็จะคิดว่า “โอเค ถ้าอย่างนั้นผมจะโฟกัสที่การร้องเพลงของผมก็แล้วกัน คุณพูดอะไรเนี่ย?” (หัวเราะ)

ผมรู้สึกได้ว่าคุณร้องเพลงด้วยความใส่ใจ ผมอาจจะไม่สามารถอธิบายได้ละเอียดแบบคณะกรรมการที่ตัดสินการออดิชั่น แต่มันเป็นสิ่งที่คุณสามารถรู้สึกได้ ส่วนหนึ่งของผมคิดว่า  นี่คือผู้ชายที่ร้องเพลงอกหัก แล้วต่างหูนั่นเกี่ยวอะไร? หมวกเอียงๆนั่นด้วย? นี่คือสาเหตุที่เขาโดนทิ้งใช่ไหม?

ฮ่าๆ แต่ประสบการณ์ของผมเวลาคุณเลิกกันคือ คุณจะเริ่มใส่ใจรูปลักษณ์ของคุณมากขึ้นครับ เวลาคบกัน คุณจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ได้ แต่เมื่อคุณอกหักเเล้วล่ะก็ คุณจะเริ่มใส่ใจการแต่งตัวมากขึ้น คุณจะทำแบบนั้นจริงๆนะ ผมไม่รู้ว่าคุณอยากจะแก้ไขความสัมพันธ์หรือเพราะคุณทนไม่ได้ที่จะเห็นตัวเองดูแย่กันแน่ แต่คุณจะทำแบบนั้นจริงๆครับ

จากนั้นคุณก็ไปงานแฟชั่นวีคที่ปารีสแล้วแต่งตัวเหมือนนกยูงเวลาคุณ (อกหัก) อย่างนั้นเหรอ…?

(หัวเราะ) ถ้าเรากำลังพูดถึงแฟชั่นวีคที่ปารีส มันก็สนุกมากจริงๆครับในการชมโชว์ต่างๆ แต่ผมรู้สึกอึดอัดกับบุคลิกภาพของผมตลอดเวลา พวกคนดังต้องการเป็นที่จับตามอง แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณถูกเชิญไปในงาน มันเป็นเพียงมารยาทที่คุณต้องสวมใส่เสื้อผ้าของพวกเขาและพยายามแต่งตัวให้ดูดี จริงๆแล้ว ครั้งแรกที่ผมไปที่นั่นเป็นเพราะความเครียดเกี่ยวกับอัลบั้ม และตอนนั้นผมรู้สึกตื้อไปหมดเลยครับ ดังนั้นผมเลยจึงไปผ่อนคลายตัวเองและเปลี่ยนทางใหม่ แต่ครั้งที่สองที่ผมไปนั้น อะไรเนี่ย ผมไม่คิดว่าคุณจะเห็นผมนั้นงานนั้นอีกนะ

เพลงต่อจากเพลง Eyes, Nose, Lips คือเพลง 1AM ทำไมต้องเป็นตอนตีหนึ่ง?

จริงๆสำหรับผมเเล้วนั้น มันควรจะเป็นเวลาตีสี่หรือตีห้ามากกว่าครับ แต่ผมคิดว่าเวลาตีหนึ่งจะเข้าถึงความรู้สึกของผู้ฟังมากกว่าในเวลาที่กลับบ้านช้ากว่าปกติ หรือเวลาขึ้นรสบัสรอบสุดท้ายกลับบ้าน และคุณก็เมานิดๆด้วยอะไรแบบนี้น่ะครับ

ผมคิดว่าเนื้อเพลงเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เวลาที่เขียนเนื้อเพลงออกมากจากความคิดและประสบการณ์ คุณจะเชื่อมโยงกับมันมากยิ่งขึ้น ทั้งสองเพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก การจัดทั้งสองเพลงนี้ให้อยู่ช่วงแรกๆ เพราะเป็นเพลงไตเติ้ลหรือเปล่า?

โดยทั่วไปแล้ว เนื่องจากลำดับเพลงมีอิทธิพลกับการขายเพลง ความคิดผมในตอนแรกคือ เพลงแรกจะเป็นอินโทร และตามด้วยเพลง Love You to Death แต่จะเปิดอัลบั้มด้วยเพลงแบบนี้มันก็… สุดท้ายแล้วเพลง Love You to Death ก็กลายเป็นเพลงปิดของอัลบั้มครับ

เพลงต่อมาจากสองเพลงแรก (Eyes, Nose, Lips / 1AM) ก็คือเพลง Stay With Me, Body และเพลง Ringa Linga ที่มีจังหวะเร็วและให้รู้สึกเหมือนเพลงในคลับ ผมคิดว่าเพลง Stat With Me คือเพลงที่คุณร่วมร้องกับจีดราก้อนได้ดีที่สุด เหมือนกับภาพถ่ายที่ถ่ายออกมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

ครับ ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ความคิดจริงๆของผมนั้นไม่ได้ต้องการ featuring ร่วมกับคนอื่นในอัลบั้มนี้ และนั่นทำให้บริษัทค่อนข้างกังวลครับ (หัวเราะ) ผมมีความคิดบางอย่าง ผมควรร้องเพลง ‘Let Go’ ร่วมกับรุ่นพี่โจยองพิล ผมจึงทำตามนั้นครับ แต่เพราะพวกเรายุ่งมากเลยจึงไม่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน ผมไปหาเขาพร้อมกับเพลง เขาบอกว่าเพลงของผมดีนะ แต่เขายุ่งมากจึงไม่สามารถร้องด้วยได้ ในทางเดียวกัน ผมก็รู้สึกขอบคุณนะครับที่เขาปฏิเสธผมเพราะมันทำให้ผมเข้าใจว่าเขาไม่ใช่คนที่ทำอะไรแบบไม่ใส่ใจ แล้วผมก็ไม่ได้รีบอะไรขนาดนั้นเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ผมจำเป็นต้องเพิ่มการ featuring เข้าไป และจียงก็คือคนที่ผมใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดทั้งในและนอกสตูดิโอ จียงคือคนที่เก่งมากคุณก็รู้ เขาคือเพื่อนสนิทของผม เขาสามารถจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง ผมมองดูเขา เขามีอิทธิพลกับผมจริงๆครับ เขาลื่นไหลไปเรื่อยแต่ก็ยังคงรักษาอารมณ์ของเขาไว้ได้ ผมมักจะแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกับจียงบ่อยๆ ผมไม่สามารถไปงอแงกับโปรดิวเซอร์คนอื่นๆได้ ถ้ามีสิ่งไหนไม่ดี ในฐานะศิลปิน ผมก็จะพูดให้กำลังใจพวกเขาและพูดว่า “ลองใหม่อีกครั้งนะ” แต่กับจียง ผมสามารถแสดงอายุจริงๆของผมได้ ผมสามารถพูดสิ่งที่อยู่ภายในใจได้ และเขาก็จะรับฟังมัน และเราก็พูดถึงเรื่องผู้หญิงหรือการเดทครับ Stay With Me จึงเป็นเพลงที่คืบหน้าช้าที่สุดในอัลบั้มนี้ แต่ผมก็ชอบมันนะครับ

เพลง Ringa Linga ที่ปล่อยออกมาเมื่อปีที่เเล้วค่อนข้างแตกต่าง เวลาที่ฉันฟังคุณร้องว่า “สาวๆพวกนั้นจะร้องไห้ไปกับเพลงของผม” ขอโทษที่ต้องพูดนะ มันทำให้ผมขำนิดหน่อยด้วยความอึดอัดใจ แต่ในทางกลับกัน สไตส์ การออกแบบท่าเต้น และการแสดงทำให้ผมเห็นความเร่าร้อนที่คุณตั้งใจแสดงออกมา

ครับ ผมยอมรับว่าเนื้อเพลงไม่ใช่นั้นไม่เกี่ยวข้องเลย แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นนะ (หัวเราะ) ผมไปงานแฟชั่นโชว์ที่ปารีส มันก็ไม่ได้ดูไม่ดีที่จะร้องเพลงแนวที่ชอบเปิดกันในคลับ เนื้อเพลงมันค่อนข้างแตกต่างจากสไตส์ของผม แต่ผมมั่นใจว่าผมสามารถแสดงสไตส์ของผมได้ผ่านการแสดงครับ

.

Part 1 (Reading) l Part 2  .……………..

.

CREDIT

Source: http://www.gqkorea.co.kr

Eng Translated by: Silly for alwaystaeyang.wordpress.com

Thai Translated by: moonoiaom

Special Thanks: BeMySong79

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation] [INTERVIEW] 140920 ELLE KOREA OCTOBER 2014: THE ONE & ONLY CL

web_1935610028_296af2b6

The One & Only CL

การแสดงและสไตส์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ CL ตัวตนที่แตกต่างจากหัวใจและจิตวิญญาณของเธอ ช่วงเวลามากมายที่เหมือนกับ “การแสดง” ของนักร้องสาววัย 24 ปีที่เดินอยู่บนเส้นทางของไอคอน

บรรณาธิการแฟชั่น: จูกาอึน

บรรณาธิการ: คิมอาลึม

ถ่ายภาพ: คิมยองจุน

สไตลิสต์:  ยางซึงโฮ

_____________________________

ณ ที่แห่งนี้มีมีเพลง “Problem” ของ Ariana Grande กำลังดังกระหึ่มจากลำโพงในสตูดิโอ ซึ่งตอนนี้เรากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายปกนิตยสาร ELLE Korea ฉบับเดือนตุลาคมกันอยู่ ภายในห้องแต่งตัว เราพบ CL จาก 2NE1 นักร้องคนแรกของเกาหลีและมีอายุน้อยที่สุดที่ได้ขึ้นปก ELLE Korea

“จริงเหรอคะ? ฉันมีความสุขจริงๆที่ได้เป็นนักร้องคนแรก (ที่ได้ขึ้นปก ELLE) และดีมากเลยที่ได้ยินว่าฉันอายุน้อยที่สุดด้วย”

เธอที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จดูตื่นเต้นกับการเตรียมตัวออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ

ด้วยชุดเดรสสีสกายบลูของ Burberry Prorsum อารมณ์ที่ร่าเริง การพูดที่รวดเร็ว และเสียงแหบๆของเธอที่มักจะหัวเราะออกมา ราวกับเอลซ่าจากอนิเมชั่นเรื่อง Frozen ปรากฏตัวขึ้น CL เปลี่ยนจากนักรบฮิพฮ็อพกลายเป็นเจ้าหญิงที่แสนมีเสน่ห์!

“ฉันได้ยินพวกเขาพูดว่า ‘คุณดูเป็นผู้หญิงมากกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ’ จากหลายๆคนที่ฉันพบครั้งแรกเลยค่ะ เพราะถ้าพวกเขาเห็นฉันเพียงแค่บนเวที เขาจะรู้จักฉันว่าเป็น ‘หญิงสาวที่แข็งแกร่ง’ (หัวเราะ) ถึงแม้ว่าฉันจะตกหลุมรักแนวพังก์ตอนเดบิวท์เมื่ออายุ 18 แต่ฉันก็ชอบสไตส์หญิงสาวเหมือนกันนะคะ ฉันมีความสุขที่มีโอกาสได้แสดงด้านที่แตกต่างของฉัน ซึ่งทุกวันนี้ก็เหมือนกันค่ะ!”

e1

คอเล็คชั่นล่าสุดของ Tiffany เน้นความเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ที่ CL ไม่สามารถแสดงออกมาได้อย่างที่เธอต้องการ ถึงแม้ว่าเครื่องประดับต่างๆจะถูกดีไซน์เป็นรูปตัว T

“มันเป็นคอเล็คชั่นที่ฉันชอบมากจริงๆนะคะ ถึงฉันจะชอบใส่เครื่องประดับสีฉูดฉาดตอนอยู่บนเวที แต่ฉันก็ชอบใส่เเหวนไม่ก็กำไลข้อมือที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายและสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวันค่ะ”

CL ได้พบ Francesca Amfitheatrof Design Director ของ Tiffany ในแฟชั่นโชว์ที่เพิ่งจัดขึ้นในกรุงโซลเมื่อเร็วๆนี้ ทั้งสองคนได้กลายเป็นเพื่อนกันทันทีหลังจากงานนี้และได้ใช้เวลาร่วมกันในวันถัดมาอีกด้วย

“มีคนที่ทำให้คุณรู้สึกถูกใจเวลาที่คุณเจอเขาใช่ไหมล่ะคะ? เธอเป็นเช่นนั้นสำหรับฉันค่ะ เธออยากลองทานอาหารเกาหลี ฉันเลยพาเธอไปร้านอาหารที่ฉันรู้จัก เราพูดคุยกันตลอดทั้งคืน เธอออกแบบเครื่องประดับให้ Chanel, Fendi และอื่นๆอีกมากมายเลยค่ะ นอกจากนี้เธอยังได้แนะนำ Jeff Koons และ Murakami Takashi มาที่เกาหลีในฐานะที่ปรึกษาทางด้านศิลปะอีกด้วย ฉันรู้สึกสนุกมากจากการฟังเรื่องราวต่างๆของเธอ และเราก็ได้พบกันอีกครั้งที่ New York”

ในฐานะนักร้องและแฟชั่นนิสต้าระดับโลกของวงการ K-pop ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเพื่อนๆต่างชาติมักจะถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆ Jeremy Scott เรียกเธออย่างอบอุ่นว่า ‘my girl’ เธอเที่ยวเล่นอย่างสบายๆกับศิลปินต่างประเทศ เช่น will.i.am, Muse, Snoop Dogg  และคนอื่นๆอีกมากมาย

“ฉันเชื่อว่าคุณสามารถเป็นเพื่อนกับใครก็ได้ตราบใดที่จิตวิญญาณของคุณเชื่อมต่อกันโดยไม่คำนึงถึงอายุค่ะ ฉันมีความอยากรู้อยากเห็นมาก และฉันก็ไม่รู้สึกอายเลยที่จะเปิดเผยตัวเองว่าเป็นแฟนคลับของใครสักคนหนึ่ง ถ้าฉันชอบผลงานของพวกเขาเเล้วล่ะก็ ฉันก็จะบอกว่า “มันเจ๋งจริงๆ” ฉันคิดว่ามันทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจที่จะเปิดอกคุยกับฉันค่ะ”

จากภาพการพบปะผู้คนมากมายในอินสตาแกรมของ CL ต้องเรียกว่าเป็น “ความบังเอิญ” เมื่อเธอได้พบกับมือกีตาร์จากวงในตำนานอย่าง Queen ที่ลานจอดรถเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

“ฉันฟังเพลงของวง Queen ตั้งแต่ฉันยังเด็กมากเลยค่ะ มันน่าเสียดายนะคะที่ฉันไม่สามารถชมการแสดงของพวกเขาที่เกาหลีได้ แต่ฉันพบกับ Bryan May ที่ลานจอดรถโดยบังเอิญ! สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ฉันใส่เสื้อยืดที่มีลายของ Freddie Mercury (นักร้องนำวง Queen) ในคืนก่อนหน้านี้ค่ะ ฉันเดินผ่านเขา เข้าไปทักทายและขอถ่ายรูปด้วย เขาชี้ไปที่เครื่องประดับที่ฉันใส่แล้วบอกว่ามันเจ๋งมากด้วย”

เหมือนอย่าง Queen, Michael Jackson และ Madonna ศิลปินที่ CL ฝันถึงคือบุคคลที่มีออร่าสูงสุดในงานเพลงของพวกเขา CL อยากเป็นเหมือนพวกเขาเหล่านี้ที่ได้ผ่านเส้นทางของไอดอล และเดินอยู่บนเส้นทางของ ‘ไอคอน’ แทน

bxumiq1cyaaac1d

CL หญิงสาววัย 24 ปีกลายเป็นมืออาชีพ โฟโต้ชู้ตที่ถ่ายในวันนี้ช่วยกระตุ้นความปรารถนาของเธอ ทุกๆฉากเราจะตัดสินใจเลือกชุดให้เหมาะสมมากที่สุด เธอสามารถสื่อความคิดของเธอและมีส่วนร่วมกับมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอแนะนำให้เปลือยด้านบนในขณะที่เธอสวมกระโปรงแสนน่าทึ่งจาก Thom Browne! หญิงสาวผู้ยืนอยู่หน้ากล้องและปิดหน้าอกของเธอด้วยนิ้วเรียวที่ประดับด้วยเครื่องประดับต่างๆโดยไม่มีความอึดอัดใจแต่อย่างใด มีคนอื่นอีกไหมในหมู่ดาวรุ่งสาวที่จะโดดเด่นแบบนี้? มุมมองและการกระทำของเธอที่แสดงออกไปทั่วโลกทำให้ปีนี้เป็นปีทองของเธอในฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ครอบครัวของเธอ (อย่างที่รู้กันว่า คุณพ่อของ CL เป็นศาสตราจารย์ทางด้านฟิสิกส์ที่เขียนหนังสือต่างๆ และออกแบบหุ่นยนต์) ไม่ได้ทำให้เธอปรากฏตัวในฐานะ  ‘wild child’

ความมั่นใจและพลังงานที่เหลือล้นเวลาเธอตะโกนว่า “I am the best” นั้นไม่ใช่การแสดง แต่มันมาจากหัวใจและจิตวิญญาณจริงๆของเธอ ซึ่งผู้ฟังสามารถสัมผัสมันได้

“ฉันไม่กลัวความล้มเหลวค่ะ ถึงแม้ว่าฉันจะสวมเสื้อผ้าไม่เข้ากับฉันและดูน่าเกลียดเวลาถ่ายภาพ แต่ฉันก็ไม่กลัวค่ะ ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยนะที่จะลองหลายๆอย่างให้ดูดีในตอนแรก ‘ถ้าฉันถึง 100 ฉันจะหยุดและลดลงมาที่ 50 นั่นคือฉันค่ะ’ ฉันไม่ได้กำหนดสไตส์ของ CL ฉันอยากใช้ชีวิตอย่างมีสีสันเหมือนอย่างชื่อของฉัน “แชริน” ที่หมายถึงสัตว์ลึกลับที่เต็มไปด้วยสีสัน”

ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา CL ได้ใช้ 50 เพื่อท้าทายตัวเองในอัลบั้ม Crush อัลบั้มชุดที่สองของ 2NE1 เธอกลับไปเป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงเพื่อมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงเป็นครั้งแรก

“ฉันรู้สึกตกหลุมรักเพลงมากๆค่ะ” ด้วยการแสดงออกอย่างนุ่มนวล ราวกับว่า CL อยู่ในความฝัน “ฉันคิดถึงตัวเองเมื่อคนอื่น ‘แสดงออก’ ทางดนตรีมากกว่าจะ ‘ทำ’ มัน เหมือนกับการพบเจอผู้ชายในอุดมคติสักคน มันอาจจะทำลายจินตนาการของฉัน แต่อย่างไรก็ตาม ณ จุดหนึ่งของช่วงเวลา ฉันมีหลายสิ่งที่ต้องการพูด ฉันจึงเขียนมันเป็นเพลงค่ะ ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าพวกเขาจะนำไปรวมในอัลบั้มหรือเปล่า แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้แบ่งปันมันกับทุกๆคน การคาดหวังในดนตรี ไม่ได้ทำให้ฉันผิดหวังเลยค่ะ”

CL ได้ตอกย้ำความรักในเพลงของเธออีกครั้งจากการยุ่งวุ่นวายกับตารางงานในต่างประเทศ รวมถึงเวิร์ลทัวร์ครั้งที่สองของ 2NE1 ดังนั้นทุกวันนี้เธอไม่ได้เพียงคิดเกี่ยวกับการแสดงที่ประสบความสำเร็จเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“ในขณะที่กำลังทัวร์คอนเสิร์ต ฉันได้พบปะกับแฟนๆมากมายที่บอกกับฉันว่า ‘ฉันอยากเป็นเหมือนคุณจังเลย’ ไม่ใช่เเค่ ‘เท่’ หรือ ‘เซ็กซี่’ อย่างเดียวเท่านั้นนะ ฉันเริ่มกังวลเกี่ยวกับข้อความเหล่านี้ที่ฉันควรเสนอให้กับพวกเขา นี่เป็นเหตุผลที่ฉันพบปะผู้คนมากมายที่มีประสบการณ์เเละฟังเรื่องราวต่างๆของพวกเขาค่ะ”

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา CL ได้เข้าร่วม Haute Couture shows ที่กรุงปารีสในฐานะบรรณาธิการรับเชิญของ ELLE ถึงแม้ว่าเธอจะได้ทักทายกับเหล่าผู้ที่มีอิทธิพลในโลกแฟชั่น CL ก็ยังมีความคิดที่เป็น ‘ผู้ใหญ่’ เกี่ยวกับตำแหน่งและบทบาทของเธอ

“ฉันไม่ใช่นางแบบถูกไหมคะ? เมื่อฉันสวมเสื้อผ้าสวยๆและเข้าร่วมแฟชั่นโชว์ ฉันจะทำในฐานะศิลปินและตัวแทนของผู้หญิงเอเชีย ศิลปินหรือคนอื่นๆจากเกาหลี… เมื่อพวกเขาเหล่านี้เห็นฉัน เขาอาจจะรู้สึกภูมิใจที่ฉันอยู่ที่นั่นก็ได้ค่ะ”

cl-for-elle-magazine

CL ผู้ที่มีอนาคตที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้จากระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ Fire เกิดขึ้น ก็ทำให้เวทีของนักร้องสาวจืดๆเกิดข้อเปรียบเทียบและมาถึงจุดที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จับตาดูอนาคตของ CL กัน มันน่าจะไปได้สวย เธอจะเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ

“ฉันคิดว่ามันสำคัญมากที่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยความเชื่อ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณมองไปที่มัน ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่คุณฝันไว้จะเข้าใกล้คุณมากขึ้น ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันจะอยู่ตรงนี้ได้ถึง 6 ปีเเล้ว แถมฉันได้ขึ้นปกนิตยสาร ELLE Korea อีกด้วย! ในอนาคตฉันก็จะใช้ชีวิตอย่างเต็มร้อยเหมือนกัน”

 

__________________________

CREDIT

Source: Elle Korea October 2014
Eng Translated by: CLtheBaddestFemale.com
Thai Translated by: moonoiaom for ChaerinThailand
PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation] [INTERVIEW] 130622 TVReport: ‘จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอไม่ใช่ CL เเห่งวง 2NE1? เเต่ใช้ชีวิตอยู่ในฐานะเเชริน?

[TVReport] “ฉันดูไม่เท่บนเวทีเหรอ? เเต่ฉันจำไม่ไม่ได้เลยนะว่าทั้งสี่คนอยู่บนเวทีกับฉัน” “ชุดที่สวยๆของฉันมีน้อยใช่มั้ยล่ะ? ลองเปิดตู้เสื้อผ้าของฉันสิ เเละคุณจะพบตู้เสื้อผ้าที่วิเศษมากยิ่งขึ้น” “ฉันมีเสน่ห์?” จริงๆเเล้วฉันพยายามทำตัวน่ารักเเละสวยในเเบบของฉันเอง คุณไม่ชอบงั้นเหรอ?”

มันไม่ใช่การเเร๊พ เเต่เป็นจังหวะระหว่างคำพูด เธอตอบทุกคำถามทีละคำถาม เบื้องหลังของเธอกลายเป็นประเด็นร้อนก่อนหน้านี้ เธอฉลาดมาก ฉลาดมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก เธอเป็นที่รู้จักในนาม CL วง 2NE1 เเต่เธอคือเเชรินที่เต็มไปด้วยความฝันเเละความรู้สึกของผู้หญิง

CL (Lee Chaerin) ได้ปล่อยเพลงโซโล่ครั้งเเรกของเธอ ‘The Baddest Female’ เธอขึ้นสู่ชาร์ทเพลงต่างๆ โดยไม่มีสมาชิก 2NE1 คนอื่นๆ เเละสามารถขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ทเพลง CL เผย “การปล่อยเพลงโซโล่ของฉันนั้นมีความหมายเเละฉันมีความสุขกับมันมากค่ะ” อย่างไรก็ตาม ผลที่ตามมานั้นดีกว่าที่เธอหวังไว้

‘The Baddest Female’ ถูกเเต่งขึ้นมาไม่นานนี้เอง โดยโปรดิวเซอร์ ‘เท็ดดี้’ เป็นคนแต่งขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พวกเขาตั้งชื่อเพลงในขณะที่กำลังพูดเล่นกัน ซึ่งบังเอิญชื่อเพลงนี้ดันไปคล้ายกับศิลปินรุ่นพี่อย่าง อีฮโยริ ‘Bad Girls’ เเต่ประเภทเพลงเเละการเเสดงบนเวทีนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง

“หลายคนคงสงสัยว่า CL บนเวทีกับเเชรินในชีวิตประจำวันคล้ายกันอย่างไร CL บนเวทีนั้นอาจจะคล้ายกับ หญิงสาวจอมร้ายกาจที่มีความประทับใจในหญิงสาวเเสนซน เเชรินคือด้านตรงข้ามของเธอ ‘Bad’ ไม่ได้หมายถึง ‘ความชั่วร้าย’ เเต่หมายถึง ‘ความเจ๋ง’ มันคือ ‘ผู้หญิงเจ๋ง’ ฉันอยากจะเป็นผู้หญิงเจ๋งค่ะ (หัวเราะ)”

ต้องการกำจัดความอคติที่มีต่อเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีเเละผู้หญิงเอเชีย

2NE1 ได้รับความสนใจตั้งเเต่การที่พวกเธอเดบิวท์ในเกาหลีเเละต่างประเทศ ไม่เเปลกใจเลยที่พวกเธอจะได้รับความสนใจ เพราะพวกเธอนั้นอยู่บนเส้นทางที่เเตกต่างจากเกิร์ลกรุ๊ปวงอื่นๆ

“ฉันต้องการทำลายความอคติที่มีต่อเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีเเละผู้หญิงเอเชียค่ะ ฉันต้องการสนับสนุนเสียงของผู้หญิง ฉันพยายามทำให้คนรู้ว่าประเทศเกาหลีมีเกิร์ลกรุ๊ปอย่างพวกเราค่ะ ไม่ใช่ทุกคนจะเหมือนเรา เเต่ฉันอยากให้คนรู้ว่าประเทศเกาหลีมีเกิร์ลกรุ๊ปซึ่งมีความสามารถพิเศษในทางใดทางหนึ่งค่ะ มันคงดูเว่อร์เกินไปถ้าฉันจะบอกว่า ฉันต้องการกำจัดความอคติที่มีต่อประเทศเกาหลี? (หัวเราะ)”

CL บอกว่าเธอลืมสิ่งที่ทำบนเวทีหมดเลย หลังจาก 4 นาทีที่ขึ้นเเสดง เธอลงมาจากเวทีพร้อมกับพลังที่เธอได้รับจากการตอบรับของผู้ชมเท่านั้น CL ผู้ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยเสน่ห์อันทรงพลัง เธอยิ้มอย่างอายๆเเละเผยว่า

“ฉันพยายามทำตัวน่ารักเเละสวยในเเบบของฉันเอง เมื่อลองมาตีความดูเเล้วมันเเตกต่างกัน “เธอเเสดงความมั่นใจของเธอเเละบอกว่ามีหลายสิ่งที่อยากจะเเสดงด้วย”

“ฉันหวังว่าจะปล่อยอัลบั้มเต็มอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่เพลงเดียวค่ะ ถ้าท่านประธานยางฮยอนซอกสามารถทำได้ล่ะก็ ฉันจะทำให้ดีที่สุดเลยล่ะค่ะ (หัวเราะ) ฉันไม่ชอบคำชมเชยค่ะ คอนเซ็ปของ 2NE1 คือ สนุกสนานบนเวทีอย่างเต็มที่ อัลบั้มใหม่ของ 2NE1 ที่จะออกมาเร็วๆนี้ จะทำให้คุณสนุกสนานไปกับเพลงค่ะ ฉันอยากกลายเป็นศิลปินที่มีอิทธิพลที่ดีกับคนอื่นๆค่ะ”

ลีดเดอร์เเห่ง 2NE1 vs เเชรินสาววัย 23 ปีที่หวังว่าจะตกหลุมรักใครสักคน

ภาพลักษณ์อันเป็นประกายของ 2NE1 ส่วนใหญ่มาจาก CL เซนส์ทางเเฟชั่นของเธอนั้นสุดยอดมาก ซึ่งทำให้เธอถูกกล่าวว่า เธอเป็นหนึ่งในคนดังที่เเต่งตัวดีที่สุด โดยเเฟชั่นดีไซเนอร์ทั้งในเกาหลีเเละต่างประเทศ ระหว่างการโปรโมทเพลงโซโล่ของเธอนั้น เธอได้เผยสิ่งที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าให้ดู ไม่คาดคิดเลยว่า เธอไม่ชอบการช้อปปิ้ง

“ฉันชอบมองไปรอบๆมากกว่าซื้อค่ะ เวลาที่ฉันซื้อเสื้อผ้า ฉันจะเลือกชุดที่สามารถนำมาเป็นชุดที่ไว้ใช้บนเวทีได้ ดังนั้นฉันจึงไม่มีเสื้อผ้าสวยๆไว้ใส่ในชีวิตประจำวันเลยค่ะ ถ้าฉันใส่ชุดที่ไว้ใช้บนเวทีเวลาไปพบครอบครัวหรือเพื่อนของฉันล่ะก็ มันจะทำให้ฉันโดดเด่นเกินไปค่ะ เเต่ตอนนี้ตู้เสื้อผ้าของฉันเต็มไปด้วยชุดสวยๆค่ะ (หัวเราะ) สินค้าที่กำลังเป็นเทรนในปีนี้? ชุดสีขาวที่ฉันใส่บนเวทีเมื่อไม่นานนี้เลยค่ะ มันเเตกต่างกับผิวสีเเทนเข้มได้ดีนะ”

CL กลับไปเป็นเเชรินเวลาหยุดพัก เธอมักจะใช้เวลาทำอาหารที่บ้านคนเดียว เธอมักจะออกไปเดินเล่นเพราะเธอชอบเห็นธรรมชาติ บางครั้งเธอก็ไปเยี่ยมเด็กที่เธอรักที่ Holt Children’s Services (สถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าในเกาหลี) เธอมีความสุขมากเวลาที่ออกไปเที่ยวเล่นกับเด็กๆมากเท่าไหร่ก็ได้ตามที่เธอต้องการ

น้อยคนนักที่จะรู้ส่วนหนึ่งของเเชริน พวกเขาจำได้ว่า CL คือผู้ที่ปล่อยเสน่ห์ที่รุนเเรงบนเวทีด้วยการเเต่งตัวที่เด่นชัดเเละฟันสีทอง เธอรู้สึกเสียใจที่นั่นคือเหตุผลที่เธอไม่เคยเดทเลยตั้งเเต่เดบิวท์ เธอเป็นเพียงสาววัย 23 ปีทั่วๆไป เเชรินที่ต้องการออกเดทเรียบง่ายกับเเฟนหนุ่มสักครั้ง

“หลายคนถามว่า ‘จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณไม่ได้เดบิวท์เป็น 2NE1?’ อืม ฉันคิดว่าฉันคงมีชีวิตที่ดีในฐานะนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ฉันจะกลายเป็นเด็กขยัน เป็นอีเเชรินที่เรียนอย่างหนักเเละน่าหลงใหลมั้งคะ”

_______________________________

CREDIT

Source: TVReport via Naver Starcast
Reposted w/minor edits by: staff@ygladies.com
Thai Translated by: ChaerinThiland
PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS