[iTranslation][ARTICLE] 151119 CL ปล่อยเพลงใหม่ “HELLO BITCHES” เดินเครื่องเดบิวท์ในอเมริกา

 

99980003

 

CL ปล่อยเพลงใหม่ “HELLO BITCHES” เดินเครื่องเดบิวท์ในอเมริกา โดยโปรเจคอัลบั้มเดี่ยวของ CL ได้รับความช่วยเหลือจาก Scooter Braun ผู้จัดการของ Justin Bieber และ Ariana Grande และเขายังเป็นผู้ช่วยเหลือ Psy ให้ประสบความสำเร็จในตลาดเพลงอเมริกาก่อนหน้านี้ด้วย

 

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 9 โมง วายจีได้เผยภาพโปรโมทภาพที่สองของ CL ในเพลง “HELLO BITCHES” บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (www.yg-life.com) ในภาพนั้น CL ได้แสดงภาพลักษณ์ดุดันที่สะดุดสายตา มองตรงมาข้างหน้าด้วยแววตาดุดันและสงบเยือกเย็น

จากภาพ CL จะปล่อยเพลง Hello Bitches ให้ดาวน์โหลดฟรีบน Soundcloud ในวันที่ 21 เวลา 3 ทุ่มตรง (ของเกาหลี)  และจะมีการปล่อยคลิปวิดิโอการเต้นบนเว็บไซต์ของ YG (www.yg-life.com) เว็บไซต์เพลงอย่าง Noisey (www.noisey.vice.com) และเว็บไซต์แฟชั่นอย่าง I-D (www.i-d.vice.com) อีกด้วย

 

หลังจากที่ CL เตรียมอัลบั้มเพื่อปล่อยในอเมริกามายาวนานเกือบหนึ่งปี ในที่สุดเธอก็ทำอัลบั้มและถ่ายทำมิวสิควิดิโอเพื่อเป็นเพลงโปรโมทเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง CL จะปล่อยเพลงแรก “HELLO BITCHES” ออกมาก่อนเพื่อเป็นเพลงโปรโมทนำก่อนจะปล่อยอัลบั้มเต็มของเธอในอเมริกา เพลงนี้จะเป็นเพลงที่มีพลังและความดุดันตามภาพลักษณ์ของ CL โดยได้โปรดิวซ์เซอร์หลักของวายจีอย่าง Teddy และ Jean Baptist มาช่วยเรียบเรียงเพลง รวมทั้ง Teddy Danny, Chung และ Jean Baptiste มาร่วมแต่งเนื้อเพลงให้

นอกจากนี้ ผู้ออกแบบท่าเต้นของเพลงนี้คือ Parris Goebel ที่เคยออกแบบท่าเต้นให้กับเพลง Bang Bang Bang ของ BIGBANG และ Ringa Ringa ของแทยัง เธอมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องสไตส์ความเป็นเอกลักษณ์ที่มีพลังและความดุดันมากกว่าผู้ชาย ทำให้แฟนๆต่างให้ความสนใจว่าการแสดงที่มีเสน่ห์ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันครั้งแรกของ CL และ Parris Goebel นั้นจะออกมาเป็นอย่างไร

 

CL ได้เตรียมตัวเดบิวท์ในอเมริกาเป็นเวลานาน โดยได้ร้องเพลงร่วมกับ Skrillex ในเพลง Dirty Vibe และกับ Diplo ในเพลง Doctor Pepper อีกทั้งยังได้ร่วมแสดงกับศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกในทัวร์ Mad Decent Block Party ด้วย แฟนๆเพลงต่างแสดงความสนใจอย่างมากว่า CL จะดึงดูดแฟนๆทั่วโลกด้วยประสบการณ์บนเวทีระดับโลกผ่านเพลงใหม่นี้ได้อย่างไร

 

 

CREDIT

Source: http://www.yg-life.com

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][NEWS] 151119 ‘Hello Bitches’ ของ CL จะปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรีในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้

.

CL เร่งปล่อยผลงานเพลง ‘Hello Bitches’ เพื่อเดบิวท์ในอเมริกา

ในที่สุด โปรเจคอัลบั้มเดี่ยวของ CL ในอเมริกาก็เปิดฉากขึ้น โดยรับความช่วยเหลือจาก Scooter Braun ผู้จัดการของ Justin Bieber และ Ariana Grande และเขายังเป็นผู้ช่วยเหลือ Psy ในตลาดเพลงอเมริกาก่อนหน้านี้ด้วย

 

99980003

 

YG เผยภาพเพลง Hello Bitches บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ด้วยภาพสุดเฉี่ยวในโทนขาวดำของ CL

จากภาพ เพลง Hello Bitches จะเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีบน Soundcloud และจะมีการปล่อยคลิปวิดิโอการเต้นสุดพิเศษบนเว็บไซต์ YG และ Noisey

CL ได้เตรียมการเดบิวท์ของเธอในอเมริกาเกือบหนึ่งปี ซึ่งเธอได้บันทึกอัลบั้มและถ่ายทำมิวสิควิดิโอเพื่อเป็นเพลงโปรโมทเสร็จเรียบร้อยแล้วในตอนนี้ เพลง Hello Bitches จะเป็นเพลงโปรโมทนำเพื่อการปล่อยอัลบั้มของเธอในอเมริกา โดยมีโปรดิวเซอร์ของวายจีอย่าง Teddy และ Jean Baptist มาช่วยเรียบเรียงเพลง รวมทั้ง Teddy Danny, Chung และ Jean Baptiste มาเป็นผู้แต่งเนื้อเพลงให้อีกด้วย

ผู้ออกแบบท่าเต้นของเพลงนี้คือ Parris Goebel ที่เคยออกแบบท่าเต้นให้กับเพลง Bang Bang Bang ของ BIGBANG และ Ringa Ringa ของแทยัง โดยแฟนๆต่างอยากรู้ว่าการแสดงที่มีเสน่ห์ของ CL และ Parris Goebel ที่จะปล่อยออกมานั้นจะเป็นอย่างไร

CL ได้ร้องเพลงร่วมกับ Skrillex ในเพลง Dirty Vibe และกับ Diplo ในเพลง Doctor Pepper อีกทั้งยังได้ร่วมแสดงกับศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกในทัวร์ Mad Decent Block Party ด้วย ซึ่งหลายๆคนต่างคาดหวังว่าเธอจะสามารถดึงดูดความสนใจของแฟนๆต่างประเทศได้ด้วยเสน่ห์ของเธอ

 

Photo credit: YG Entertainment

 

.

CREDIT

 

Source: http://mwave.interest.me

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][INTERVIEW] 140709 Taeyang GQ KOREA, “To me” Part I

เอดิเตอร์: จองอูชอล

แทยังได้ปล่อยอัลบั้มใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า RISE โดยมีไตเติ้ลคือเพลง Eyes, Nose, Lips ที่ไม่เพียงแต่สามารถขึ้นครองชาร์ทในประเทศเป็นเวลานานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถขึ้นครองชาร์ทสากลอย่าง iTunes ได้อีกด้วย เขาจัดทัวร์คอนเสิร์ตหลายเมืองในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเขาประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว แทยังบอกว่า “ผมไม่มีเรื่องจะพูดเยอะมากนัก ถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากสัมภาษณ์ตอนนี้เลยครับ”

ty1

คุณจำข้อความที่เราคุยกันตอนเช้าวันปล่อยอัลบั้มได้ไหม?

จำได้สิครับ

แล้วการโต้ตอบของคุณต่อข้อความเหล่านั้นล่ะ?

(หัวเราะ) ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้นะ มันเป็นแบบนี้เอง

ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มจากตรงนั้นเลยดีไหม?

ครับ หลังจากอัลบั้ม Solar ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำในอัลบั้มต่อไปเลย ผมเดินทางไปเที่ยวหลายที่เลย ในอัลบั้มหน้า ผมอยากทำในสิ่งที่ผมต้องการ ดนตรีที่ผมเข้าถึงตอนนี้มันดาร์กมากครับ เป็นเพลงใต้ดินแนว R&B เมื่อผมพยายามทำเพลงแนวนี้ ผมจะจบลงด้วยการฟุบหัวลงบนโต๊ะที่บริษัท

คุณไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น?

เมื่อมองย้อนกลับไป ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงคิดแบบนั้น แต่ผมคิดว่าผมสามารถทำในสิ่งที่ผมต้องการในอัลบั้มหน้าได้ ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วล่ะ…

คุณคิดว่าวายจีคงไม่คาดหวังเกี่ยวการขายอัลบั้มของคุณ?

มันเป็นแบบนั้นจนถึงตอนนี้ล่ะครับ และผมคิดว่าตอนนี้ผมมาได้ไกลมากจริงๆ

เมื่อพูดถึงเพลงใต้ดินแนว R&B คุณคิดว่าเป็นศิลปินอย่าง The Weekend?

ตอนนั้น ผมพบว่าเพลงใต้ดินแนว R&B เป็นอะไรที่สดใหม่จริงๆ และผมก็รู้สึกว่านี่แหละเส้นทางของผม ผมเคยทำเพลงแนว R&B เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพลง R&B เป็นเพลงที่กำกวมจริงๆนะครับ แต่สำหรับผม เพลงที่มีจังหวะกลางๆ ได้มาถึงจุดสูงสุดของมันแล้ว ความน่าสนใจของมันจึงหายไป ดังนั้นผมจึงอยากเป็นคนแรกในเกาหลีที่ปล่อยเพลงแนวใหม่แบบนี้ครับ (หัวเราะ)

คุณต้องการปล่อยอัลบั้มก่อนอัลบั้ม Channel Orange ของ Frank Ocean ไหม?

ครับ แน่อยู่แล้ว (หัวเราะ) * เพิ่มเติม: Frank Ocean คือนักแต่งเพลงอิสระและแร๊พเปอร์ชาวอเมริกัน ที่ได้แต่งเพลงให้กับศิลปินระดับโลกอย่าง Brandy, Justin Bieber และ John Legend / อัลบั้ม Channel Orange ของ Frank Ocean เป็นอัลบั้มเดบิวท์ในปี 2010* (คำถามนี้พูดถึงอัลบั้มเก่านะคะ)

แต่ทางบริษัท โดยเฉพาะประธานบริษัท ยางฮยอนซอก กลับรู้สึกแตกต่าง?

ความต้องการของบริษัท คือ เพลงของผมจะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากขึ้นครับ มันเป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะต้องยอมรับในตอนแรก แต่เมื่อผมลองคิดดูแล้ว ถ้าผมยังทำตัวดื้อรั้นอยู่แบบนี้ อัลบั้มใหม่ของผมคงไม่มีวันได้ปล่อยออกมาแน่ๆ ผมคิดว่าความดื้อรั้นของปมคือสิ่งที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งตามกาลเวลาครับ สิ่งไหนที่ผมไม่อยากทำ ผมก็จะไม่ค่อยทำมันครับ และเมื่อเป็นแบบนั้น บางทีผมควรพยายามยอมรับสิ่งต่างๆเหล่านี้ และเมื่อผมเปลี่ยนแนวทางการทำอัลบั้มนี้ ผมคิดว่าผมได้ทำเพลงที่ได้รับฟังสิ่งต่างๆที่หลายคนอยากจะพูดครับ

สำหรับ YG นั้นเป็นค่ายภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งเมื่อเปรียบเทียบกับค่ายอื่นๆ ศิลปินของพวกเขาจะถูกจำกัดอยู่ในกรอบและสามารถแสดงตัวตนของตัวเองได้อย่างอิสระ

(หัวเราะ) ผมคิดว่ามีการเข้าใจผิดนะ มันช่วยไม่ได้ที่คุณจะเห็นความแตกต่างระหว่างภายในและภายนอกค่าย เพราะจริงๆแล้ว ทางค่ายได้จัดการตลาดเพลงหลักและเรื่องทั่วๆไปด้วยครับ ถ้าให้เปรียบเทียบแล้ว ก็เหมือนกับผมเป็นนักพนัน แต่ผมก็ไม่ใช่คนตัดสินใจเดิมพันอยู่ดี ผมสร้างทางเดินไว้ และทางค่ายจะเป็นคนมองทางเดินเหล่านั้นแล้วเดิมพันครับ และเมื่อค่ายเติบโตขึ้น แนวเพลงต่างๆก็มีมากขึ้นเช่นกัน บางครั้งมันก็ยากที่จะเชื่อนะครับว่า Akdong Musician จะอยู่ในค่ายเรา แต่อย่างไรก็ตาม อัลบั้มนี้ก็ได้ปล่อยออกมาแล้ว ความคิดอยู่ในใจของผมคือ บางทีแบบนี้อาจจะเหมาะกับผมก็ได้ มันอาจจะแตกต่างกับความพอใจของผม แต่ผมจะไม่ทำในสิ่งที่ผมไม่อยากทำครับ คุณคิดว่าไงล่ะ?

ผมคิดว่าคุณต้องพูดแบบนี้กับเพลงส่วนใหญ่แน่ๆ แต่อัลบั้มนี้ยิ่งแสดงให้เห็นถึงสิ่งดีๆมากขึ้นเมื่อได้ฟังมัน เวลาผมดูการประกวดของยูนาคิม (*ผู้เข้าประกวดรายการ Superstar K3 และอดีตเด็กฝึกของค่าย YG ที่ตอนนี้ไปเดบิวท์กับค่ายอื่นแล้ว*) ซ้ำไปซ้ำมา ผมก็เริ่มเห็นความแตกต่างที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน มันคล้ายกับตอนนี้เลย ผมค้นพบว่าช่วงเวลาเหล่านี้ทำให้ผมเห็นความตั้งใจที่คุณใส่ลงไปในอัลบั้มนี้ นอกจากนี้ยังมีการออกเสียงและการเลือกใช้คำที่น่าสนใจด้วย

ได้ยินคุณพูดแบบนี้แล้วผมรู้สึกเหมือนสิ่งต่างๆที่ผมตั้งใจทำมาได้แสดงผ่านอัลบั้มนี้ทั้งหมดเลยครับ

ty2

คุณได้ฟังอัลบั้มนี้ตอนปล่อยออกมาไหม?

ผมคิดว่าผมต้องการเวลาสักพักก่อนจะฟังเพลงในอัลบั้มนี้ด้วยความเย็นชาครับ (ไม่เข้าข้างตัวเอง) ผมไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้นเมื่อไหร่เหมือนกันครับ

คุณพูดถึงมันโดยไม่มีความเย็นชาเลยนะ

ผมแค่… อืม ผมแค่ต้องการให้อัลบั้มของผมวางขาย ผมอยากฟังความคิดเห็นของทุกคน ผมไม่มีอะไรจะพูดเยอะ และถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากจะให้สัมภาษณ์ช่วงนี้เลยครับ

แล้วไม่มีทางอื่นที่ต้องการปล่อยอัลบั้มเลยเหรอ?

เวลาผมคิดถึงเรื่องนี้แล้ว “โอเค งั้นผมจะปล่อยเพลงในแบบของผมก็ได้ ไม่ต้องแคร์ใคร” มันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ เมื่ออัลบั้มได้รับการยอมรับหรือผมทำให้เขารู้สึกเชื่อถือได้ก็ตาม ผมก็ยังรู้สึกว่าผมควรปล่อยอัลบั้มที่เหมาะสมกับความรู้สึกเหล่านั้น

เพลงเดี่ยวของคุณได้รับการตอบรับที่ดีมากเลยนะ แล้วทำไมถึงสัมภาษณ์ด้วยเสียงแบบนั้นล่ะ?

อย่างนั้นเหรอครับ? (หัวเราะ) นี่คือเหตุผลที่ผมไม่ค่อยอยากจะพูดเยอะไงครับ แต่ผมก็อยู่ที่นี่แล้วกำลังพูดทุกอย่างอยู่สินะ (หัวเราะ)

เพลงไหนคือเพลงแรกที่คุณเริ่มทำในอัลบั้มนี้?

Intro (RISE) ครับ ตอนแรกที่ทำเพลงนี้ ผมก็คิดว่าแบบนี้แหละ ใช่เลย หลังจากที่ผมได้ฟังมัน ผมก็สามารถมองเห็นภาพการจัดทำอัลบั้มหรือแม้กระทั่งการแพ็คอัลบั้มเลยครับ

มันจับใจผมมากเลย ดนตรีที่มีความซับซ้อน และนอกจากนี้ผมยังรู้สึกถึงความฝันอันยิ่งใหญ่หรือการก้าวผ่านพื้นที่กว้างขวางที่ผมชอบ และท่อน “Put your hands in the air” มันบ่งบอกถึงการเดินทาง แต่หลังจากอินโทรนี้จบ เพลงต่อไปกลับเป็นเพลง Eyes, Nose, Lips และ 1AM ซึ่งเหมือนการเดินทางนี้ได้สิ้นสุดลง และจู่ๆเราก็มาอยู่สักที่หนึ่งในฮับจอง

มันก็จริงนะ ความฝันและความจริงก็อยู่ร่วมกันแบบนั้นแหละครับ (หัวเราะ)

คุณกับเท็ดดี้เขียนเพลง Eyes, Nose, Lips ร่วมกัน?

เพราะอัลบั้มติดขัดและปล่อยช้ากว่ากำหนด เท็ดดี้ฮยองกับผมจึงมีเวลาพูดคุยกันเยอะแยะเลยล่ะครับ ข้อสรุปจองพวกเราคือ ทำเพลงที่ทำให้ทุกคนพูดว่า “โอ้ เขาเป็นนักร้องที่เยี่ยมจริงๆ” อะไรแบบนี้น่ะครับ ดังนั้นพวกเราจึงทำเพลงรักขึ้น เมื่อ 4 ปีที่แล้วผมมีคนรักและก็ได้แยกจากกันไป และสิ่งที่จดลงในสมุดก็กลายเป็นเพลงนี้ เพลงนี้เป็นเรื่องราวของผมเองครับ

 

คุณได้ร้องเพลงนี้อย่างสวยงามบนเวทีเดบิวท์ (อินกิกาโย)

อย่างนั้นเหรอครับ?

คุณไม่รู้หรือ?  เพราะคุณให้ความสำคัญกับการแสดง ผมคิดว่ามีแค่แฟนเพลงของคุณเท่านั้นที่ชื่นชมเสียงของคุณในการร้องเพลง แต่ในเพลงนี้คุณร้องมันได้อย่างครบถ้วน แม้กระทั่งคอรัส

ครับ ผมเคยมีช่วงเวลาแบบนี้ พูดตามตรงเลยนะครับ เวลาที่ผมแสดงผมจะไม่บังคับตัวเองว่าจะต้องร้องให้ดี แต่ผมจะพยายามร้องให้ดีเพราะทุกคนจะได้ไม่บ่นว่า “ทำไมเขาร้องเพลงโดยไม่ใส่ใจแบบนี้นะ?” ผมก็จะคิดว่า “โอเค ถ้าอย่างนั้นผมจะโฟกัสที่การร้องเพลงของผมก็แล้วกัน คุณพูดอะไรเนี่ย?” (หัวเราะ)

ผมรู้สึกได้ว่าคุณร้องเพลงด้วยความใส่ใจ ผมอาจจะไม่สามารถอธิบายได้ละเอียดแบบคณะกรรมการที่ตัดสินการออดิชั่น แต่มันเป็นสิ่งที่คุณสามารถรู้สึกได้ ส่วนหนึ่งของผมคิดว่า  นี่คือผู้ชายที่ร้องเพลงอกหัก แล้วต่างหูนั่นเกี่ยวอะไร? หมวกเอียงๆนั่นด้วย? นี่คือสาเหตุที่เขาโดนทิ้งใช่ไหม?

ฮ่าๆ แต่ประสบการณ์ของผมเวลาคุณเลิกกันคือ คุณจะเริ่มใส่ใจรูปลักษณ์ของคุณมากขึ้นครับ เวลาคบกัน คุณจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ได้ แต่เมื่อคุณอกหักเเล้วล่ะก็ คุณจะเริ่มใส่ใจการแต่งตัวมากขึ้น คุณจะทำแบบนั้นจริงๆนะ ผมไม่รู้ว่าคุณอยากจะแก้ไขความสัมพันธ์หรือเพราะคุณทนไม่ได้ที่จะเห็นตัวเองดูแย่กันแน่ แต่คุณจะทำแบบนั้นจริงๆครับ

จากนั้นคุณก็ไปงานแฟชั่นวีคที่ปารีสแล้วแต่งตัวเหมือนนกยูงเวลาคุณ (อกหัก) อย่างนั้นเหรอ…?

(หัวเราะ) ถ้าเรากำลังพูดถึงแฟชั่นวีคที่ปารีส มันก็สนุกมากจริงๆครับในการชมโชว์ต่างๆ แต่ผมรู้สึกอึดอัดกับบุคลิกภาพของผมตลอดเวลา พวกคนดังต้องการเป็นที่จับตามอง แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณถูกเชิญไปในงาน มันเป็นเพียงมารยาทที่คุณต้องสวมใส่เสื้อผ้าของพวกเขาและพยายามแต่งตัวให้ดูดี จริงๆแล้ว ครั้งแรกที่ผมไปที่นั่นเป็นเพราะความเครียดเกี่ยวกับอัลบั้ม และตอนนั้นผมรู้สึกตื้อไปหมดเลยครับ ดังนั้นผมเลยจึงไปผ่อนคลายตัวเองและเปลี่ยนทางใหม่ แต่ครั้งที่สองที่ผมไปนั้น อะไรเนี่ย ผมไม่คิดว่าคุณจะเห็นผมนั้นงานนั้นอีกนะ

เพลงต่อจากเพลง Eyes, Nose, Lips คือเพลง 1AM ทำไมต้องเป็นตอนตีหนึ่ง?

จริงๆสำหรับผมเเล้วนั้น มันควรจะเป็นเวลาตีสี่หรือตีห้ามากกว่าครับ แต่ผมคิดว่าเวลาตีหนึ่งจะเข้าถึงความรู้สึกของผู้ฟังมากกว่าในเวลาที่กลับบ้านช้ากว่าปกติ หรือเวลาขึ้นรสบัสรอบสุดท้ายกลับบ้าน และคุณก็เมานิดๆด้วยอะไรแบบนี้น่ะครับ

ผมคิดว่าเนื้อเพลงเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เวลาที่เขียนเนื้อเพลงออกมากจากความคิดและประสบการณ์ คุณจะเชื่อมโยงกับมันมากยิ่งขึ้น ทั้งสองเพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก การจัดทั้งสองเพลงนี้ให้อยู่ช่วงแรกๆ เพราะเป็นเพลงไตเติ้ลหรือเปล่า?

โดยทั่วไปแล้ว เนื่องจากลำดับเพลงมีอิทธิพลกับการขายเพลง ความคิดผมในตอนแรกคือ เพลงแรกจะเป็นอินโทร และตามด้วยเพลง Love You to Death แต่จะเปิดอัลบั้มด้วยเพลงแบบนี้มันก็… สุดท้ายแล้วเพลง Love You to Death ก็กลายเป็นเพลงปิดของอัลบั้มครับ

เพลงต่อมาจากสองเพลงแรก (Eyes, Nose, Lips / 1AM) ก็คือเพลง Stay With Me, Body และเพลง Ringa Linga ที่มีจังหวะเร็วและให้รู้สึกเหมือนเพลงในคลับ ผมคิดว่าเพลง Stat With Me คือเพลงที่คุณร่วมร้องกับจีดราก้อนได้ดีที่สุด เหมือนกับภาพถ่ายที่ถ่ายออกมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

ครับ ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ความคิดจริงๆของผมนั้นไม่ได้ต้องการ featuring ร่วมกับคนอื่นในอัลบั้มนี้ และนั่นทำให้บริษัทค่อนข้างกังวลครับ (หัวเราะ) ผมมีความคิดบางอย่าง ผมควรร้องเพลง ‘Let Go’ ร่วมกับรุ่นพี่โจยองพิล ผมจึงทำตามนั้นครับ แต่เพราะพวกเรายุ่งมากเลยจึงไม่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน ผมไปหาเขาพร้อมกับเพลง เขาบอกว่าเพลงของผมดีนะ แต่เขายุ่งมากจึงไม่สามารถร้องด้วยได้ ในทางเดียวกัน ผมก็รู้สึกขอบคุณนะครับที่เขาปฏิเสธผมเพราะมันทำให้ผมเข้าใจว่าเขาไม่ใช่คนที่ทำอะไรแบบไม่ใส่ใจ แล้วผมก็ไม่ได้รีบอะไรขนาดนั้นเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ผมจำเป็นต้องเพิ่มการ featuring เข้าไป และจียงก็คือคนที่ผมใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดทั้งในและนอกสตูดิโอ จียงคือคนที่เก่งมากคุณก็รู้ เขาคือเพื่อนสนิทของผม เขาสามารถจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง ผมมองดูเขา เขามีอิทธิพลกับผมจริงๆครับ เขาลื่นไหลไปเรื่อยแต่ก็ยังคงรักษาอารมณ์ของเขาไว้ได้ ผมมักจะแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกับจียงบ่อยๆ ผมไม่สามารถไปงอแงกับโปรดิวเซอร์คนอื่นๆได้ ถ้ามีสิ่งไหนไม่ดี ในฐานะศิลปิน ผมก็จะพูดให้กำลังใจพวกเขาและพูดว่า “ลองใหม่อีกครั้งนะ” แต่กับจียง ผมสามารถแสดงอายุจริงๆของผมได้ ผมสามารถพูดสิ่งที่อยู่ภายในใจได้ และเขาก็จะรับฟังมัน และเราก็พูดถึงเรื่องผู้หญิงหรือการเดทครับ Stay With Me จึงเป็นเพลงที่คืบหน้าช้าที่สุดในอัลบั้มนี้ แต่ผมก็ชอบมันนะครับ

เพลง Ringa Linga ที่ปล่อยออกมาเมื่อปีที่เเล้วค่อนข้างแตกต่าง เวลาที่ฉันฟังคุณร้องว่า “สาวๆพวกนั้นจะร้องไห้ไปกับเพลงของผม” ขอโทษที่ต้องพูดนะ มันทำให้ผมขำนิดหน่อยด้วยความอึดอัดใจ แต่ในทางกลับกัน สไตส์ การออกแบบท่าเต้น และการแสดงทำให้ผมเห็นความเร่าร้อนที่คุณตั้งใจแสดงออกมา

ครับ ผมยอมรับว่าเนื้อเพลงไม่ใช่นั้นไม่เกี่ยวข้องเลย แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นนะ (หัวเราะ) ผมไปงานแฟชั่นโชว์ที่ปารีส มันก็ไม่ได้ดูไม่ดีที่จะร้องเพลงแนวที่ชอบเปิดกันในคลับ เนื้อเพลงมันค่อนข้างแตกต่างจากสไตส์ของผม แต่ผมมั่นใจว่าผมสามารถแสดงสไตส์ของผมได้ผ่านการแสดงครับ

.

Part 1 (Reading) l Part 2  .……………..

.

CREDIT

Source: http://www.gqkorea.co.kr

Eng Translated by: Silly for alwaystaeyang.wordpress.com

Thai Translated by: moonoiaom

Special Thanks: BeMySong79

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation] [TH Trans] 140529 FromYG about Taeyang’s solo album

 

taeyang-main-poster

T_tracklist_ENG

นี่คืออัลบั้มเต็มใช่ไหม?

 

ครับ นี่เป็นอัลบั้มเต็มชุดที่สองของแทยัง “RISE” มีทั้งหมด 9 เพลง และเป็นอัลบั้มเต็มครั้งแรกในรอบ 4 ปีตั้งแต่เขามีอัลบั้มเต็มครั้งแรก “SOLAR” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2010

 

ช่วยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเพลงไตเติ้ลได้ไหม?

 

แทยังมีส่วนในการแต่งเพลงและเขียนเพลงนี้หลายเพลงในอัลบั้มชุดที่สองของเขา แต่เพลงไตเติ้ลคือ “EYES, NOSE, LIPS” นั้นได้โปรดิวเซอร์หลักของวายจีอย่าง TEDDY และ DEE.P มาร่วมแต่งด้วย

ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ศิลปินวายจีส่วนใหญ่จะเลือกโปรโมตเพลง 2-3 เพลง แล้วเหตุผลที่เลือกเพลงไตเติ้ลแค่เพลงเดียวในอัลบั้มล่าสุดของแทยังคืออะไร?

เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มที่สองของแทยังนั้นมีชื่อแตกต่างกัน การเลือกเพลงไตเติ้ลเป็นงานที่ยากที่สุด และนี่คือเหตุผลที่เราเลือก “EYES, NOSE, LIPS”  ให้เป็นเพลงไตเติ้ล และโฟกัสไปที่การโปรโมทเพลงนี้

เราให้แทยังมีหน้าที่ในการรับผิดชอบต่อการทำอัลบั้มโซโล่ของเขาในรอบ 4 ปีที่ผ่านมานี้ และในปีสุดท้ายที่อัลบั้มใกล้เสร็จแล้วนั้น เราก็ได้ทำเพลงเพิ่มอีก 3 เพลง #8 “LET GO #3 “1AM” และ #5 ”BODY” แต่ถึงอย่างนั้น แทยังก็รู้สึกกระตือรือร้นในการทำอัลบั้มของเขา และเมื่อปลายปีของปีที่ผ่านมา วายจีก็ได้มีส่วนร่วมกับการทำอัลบั้มในครั้งนี้ ซึ่งทำให้เราเพิ่มเพลง #7 “THIS AIN’T IT” และ #4 “STAY WITH ME (featuring G-DRAGON)” ลงไป แต่สุดท้ายแล้ว เพลง “EYES, NOSE, LIPS” ก็กลายเป็นเพลงไตเติ้ลของอัลบั้ม

ทุกครั้งที่เพลงใหม่ถูกเพิ่มเข้าไป มันดีพอที่จะเป็นเพลงไตเติ้ล แต่เพลง “EYES, NOSE, LIPS”  ก็ยังเป็นเพลงไตเติ้ล เพราะเมื่อแทยังร้องท่อนแรกออกมา มันเต็มไปด้วยพลังที่ทำให้แผนของพวกเราในปีที่ผ่านมานั้นหายไป

ความตื่นเต้นส่งมาให้ผมในขณะที่ดูเขาอัดเสียง ผมได้แนะนำไปว่า “ยองเบ แล้วการถ่ายทำเอ็มวีเพลงนี้ล่ะ?” นี่เป็นครั้งแรกสำหรับผมเลยที่เสนอไอเดียให้กับมิวสิควิดิโอของศิลปินวายจี ตั้งแต่มิวสิควิดิโอเพลง ““BREAK AWAY” ของ BIGMAMA  เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ซึ่งนั่นคือความชอบของผมที่มีให้กับเพลง  “EYES, NOSE, LIPS”

ลักษณะเด่นของเพลง  “EYES, NOSE, LIPS” :

จาก “อย่าทิ้งผมไปเลยนะ” ใน “RINGA LINGA” ซึ่งเป็นเพลงที่มีการเต้น แต่ในเพลง “EYES, NOSE, LIPS” จะเป็นเพลง  R&B ช้าๆ และเพิ่มพลังเสียงอันอ่อนไหวของแทยังแทน

 

มีเพลงไตเติ้ลแค่เพลงเดียว นั่นหมายความว่าจะมีมิวสิควิดิโอเพลงเดียวด้วยรึเปล่า?

 

เราอาจจะเราปล่อยมิวสิควิดิโอ 3 เพลง

มิวสิควิดิโอของเพลง  “EYES, NOSE, LIPS“ จะปล่อยพร้อมกับอัลบั้มแบบออนไลน์ในวันที่ 2 มิถุนายน เวลาเที่ยงคืน

มิวสิควิดิโอเพลง “1AM” ในอัลบั้มออฟไลน์จะปล่อยในวันที่ 10 มิถุนายน เวลาตีหนึ่ง

และเราเพิ่งตัดสินใจเพิ่มมิวสิควิดิโอเพลง “BODY” เมื่อเร็วๆนี้ เป็นเพลงที่มีจังหวะเร็วที่สุดในอัลบั้มนี้ และเรากำลังติดตามมิวสิควิดิโอเพลงนี้อยู่

ตอนนี้เอ็มวีเพลง “BODY” ที่กำกับโดยซอฮยอนซึงกำลังอยู่ในขั้นตอนการถ่ายทำ ซึ่งวันที่ปล่อยนั้นอาจจะเป็นราวๆกลางเดือนมิถุนายน

 

คิดอย่างไรเกี่ยวกับการปล่อยอัลบั้มที่สองในเร็วๆนี้ของแทยังในฐานะโปรดิวเซอร์?

 

นอกจากเพลง “RINGA LINGA” ที่ปล่อยออกมาเมื่อปีที่ผ่านมา ยังมีอีก 8 เพลง รวมถึงอินโทรในอัลบั้มที่สองของแทยังด้วย

รายละเอียดนอกจากนี้คือ แม้จะมีเพลงถึง 20 เพลงที่แทยังอัดไว้เสร็จแล้ว แต่เราก็คัดสรรเพลงแค่ 9 เพลงจากความต้องการของเขาที่จะโฟกัสที่คุณภาพมากกว่าจำนวนเพลง แต่ทุกเพลงนั้นสุดยอดจริงๆ สามารถเป็นเพลงไตเติ้ลได้ทั้งหมดเลย

ถึงแม้ว่าผมจะมีเรื่องที่อยากจะพูดเกี่ยวกับอัลบั้มล่าสุดมากกว่านี้ แต่ผมเชื่อว่ามันจะดีกับแทยังเมื่ออัลบั้มถูกปล่อยออกมา

อัลบั้มที่สองของแทยัง เกิดขึ้นหลังจากการทำงานอย่างหนักถึง 4 ปี… ติดตามความคืบหน้ากันด้วยนะครับทุกคน!

 

ป.ล. เมื่อตอนเช้านี้มีข่าวเกี่ยวกับเพลงใหม่ของ PSY ที่จะออกอากาศโดยสื่อของอเมริกา ผมจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับรายละเอียดเพิ่มเติมของ PSY และบอยแบนด์วงใหม่ WINNER

 

ขอบคุณครับ

 

 

2014. 5.29

FROM YG

 

_______________________________

CREDIT

Source: http://www.yg-life.com

TH Trans: moonoiaom

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT