[iTranslation][INTERVIEW] 170121 CL ให้สัมภาษณ์กับ IIgan Sports “… อีก 20 ปีข้างหน้า ฉันอยากจะกลับมารวมตัวอีกครั้งเหมือนกับวง S.E.S ซึ่งการดูแลร่างกายให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน…”

.

.

“…ฉันคิดถึงพวกเขา ฉันคิดถึงพวกเขาเหลือเกิน…”

นี่เป็นเนื้อเพลงที่แสนเศร้าสร้อยเต็มไปด้วยหยดน้ำตา CL ร้องไห้ในขณะแต่งเพลงสุดท้ายของวง 2NE1 เพลงนี้คือข้อความที่ส่งถึง กงมินจี ที่ถอนตัวออกจากวงไปก่อนหน้านี้ รวมถึงแฟนๆของเธอด้วย

2ne1-goodbye

2NE1 ปล่อยเพลงใหม่ “GOODBYE” เมื่อวันที่ 21 เพื่อเป็นการบอกลาแฟนๆของพวกเธอ นอกจากนี้เพลง “GOODBYE” ยังถือเป็นเพลงสุดท้ายของวงและถือเป็นเพลงลาแฟนๆหลังจากที่มีการยุบวง 2NE1 เมื่อเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา เพลงนี้ยังเป็นเพลงที่ให้กำลังใจแฟนๆที่ไม่อยากให้พวกเธอยากจากกันอีกด้วย

เมื่อวันที่ 21 IIgan Sports ได้มีโอกาสสัมภาษณ์  CL ผ่านทางโทรศัพท์และได้รับรู้ถึงความรักของเธอที่มีต่อวง 2NE1 ที่เธอได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันถึง 7 ปี CL ให้สัญญาว่าเธอจะดูแลร่างกายให้แข็งแรงเพื่อการกลับมารวมตัวอีกครั้งหนึ่งของ 2NE1 ในอีก 20 ปีข้างหน้า

2ne1-goodbye-2

Q: คุณกำลังโปรโมทเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยวไม่ใช่เป็นวงอีกต่อไป รู้สึกเหงาบ้างไหม?

CL: เป็นเวลาเกือบ 2 ปีที่ฉันเตรียมตัวสำหรับอัลบั้มเดี่ยวของฉันในอเมริกา มันเป็นเรื่องยากจริงๆเพราะฉันต้องเผชิญกับอะไรหลายๆอย่างในขณะที่ไปอเมริกาคนเดียวค่ะ

Q: แล้วช่วงเวลา 2 ปีนั้นคุณเป็นอย่างไรบ้าง?

CL: ถึงแม้ท่านประธานยางจะให้ความช่วยเหลือฉันในหลายๆเรื่อง แต่ฉันก็ต้องผ่านการทำงานหลายขั้นตอนกับหลายๆทีมค่ะ ตอนที่ฉันเข้า YG ครั้งแรก ฉันใช้เวลา 2 ปีครึ่งในการเป็นเด็กฝึก ตอนนั้นฉันพบสไตส์ของตัวเองและได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำเพลงของเกาหลี หลังจากนั้น ฉันก็ใช้เวลาอีก 2 ปีอยู่ที่อเมริกา ฉันคิดว่า 2 ปีที่ผ่านมานี้ก็คือระยะเวลาของการเป็นเด็กฝึกอีกครั้ง เพราะฉันยังเป็นศิลปินหน้าใหม่ในอเมริกา ฉันได้เรียนรู้วิธีการทำอัลบั้มและการเข้าหาผู้คนเมื่ออยู่ที่นั่นค่ะ

c2szooaukaakqle

Q: คุณได้ประกาศว่าคุณจะบุกเข้าสู่ตลาดเพลงของอเมริกาหลังจากที่โปรโมทที่เกาหลี แล้วรู้สึกกดดันบ้างไหม?

CL: มันสับสนมากๆค่ะเพราะว่าที่นั่นก็มีแฟนๆอยู่แล้ว ฉันก็เลยรู้สึกกดดันค่ะ ฉันกังวลมากเลยว่า ถ้าฉันไม่โปรโมทเยอะๆ ผู้คนก็จะลืมฉัน ดังนั้นฉันเลยปล่อยเพลง “Hello Bitches” และ “Lifted” ออกมาค่ะ ท่านประธานยางเป็นผู้สนับสนุนฉันทั้งในเกาหลีและอเมริกา ส่วน Scooter Braun ก็เป็นคนช่วยจัดการโชว์ต่างๆในอเมริกา ทั้งสองคนช่วยสนับสนุนฉันมากจริงๆค่ะ ถึงแม้ว่าฉันจะยังไม่ได้เดบิวท์อย่างเป็นทางการ แต่ฉันก็รู้สึกของคุณพวกเขามากๆเลยล่ะค่ะ ซึ่งในปีนี้ ฉันจะเดบิวท์และปล่อยอัลบั้มของฉันอย่างเป็นทางการ ฉันอยากพบเจอกับอีกหลายๆคน ฉันอยากให้แฟนๆอดทนรอและอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ซึ่งฉันจะตอบแทนแฟนๆด้วยอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมนี้ค่ะ

Q: ฉันว่าเป็นเพราะคุณโปรโมทที่อเมริกาอย่างกระตือรือร้นด้วยล่ะนะ

CL: ฉันอยากให้พวกเขาคิดว่าฉันยังไม่ได้เริ่มโปรโมทค่ะ ฉันยังเป็นแค่เด็กฝึกอยู่เลย

 

Q: คุณจดจ่อกับอะไรบ้างในขณะที่ฝึกอยู่ที่อเมริกาถึง 2 ปี?  

CL: การเข้าถึงเพลงป๊อปของเกาหลีและอเมริกานั้นแตกต่างกันค่ะ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ฉันจดจ่อกับเพลงในแบบที่ฉันชอบ  มันคงถึงเวลาแล้วล่ะค่ะที่ฉันต้องหาว่าเพลงอเมริกันป๊อปเป็นยังไง แล้วผู้คนชอบเพลงแบบไหน และฉันอยากทำเพลงแนวไหนค่ะ ฉันอยากจะส่งข้อความที่มีอยู่ในอัลบั้มนี้ ซึ่งก็ได้ฉันได้คิดไว้แล้วล่ะว่าฉันจะใส่ข้อความแบบไหนเข้าไป ฉันรู้สึกดีใจมากๆเลยที่ในที่สุดความกังวลตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของฉันของฉันได้สิ้นสุดลง ฉันอยากจะแสดงให้ทุกคนเห็นเร็วๆแล้วล่ะค่ะ

Q: แล้วคุณแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร?

CL: ฉันคิดได้หลังจากที่เวลานั้นได้ผ่านไป ฉันอยากจะปล่อยอัลบั้มออกมาเร็วๆ แต่ฉันก็พบว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย ฉันผ่านประสบการณ์มาหลายอย่าง ฟังเพลงมาตั้งมากมาย และได้พบเจอกับผู้คนที่หลากหลาย แต่สุดท้ายฉันก็ยังล้มเหลวอยู่ดีค่ะ

Q: คุณล้มเหลวในเรื่องอะไร?

CL: มันเป็นความล้มเหลวที่ส่งผลกระทบกับภายนอกค่ะ ตอนนั้นฉันคิดว่าตัวเองถูกแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยค่ะ เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างและได้รับการสนับสนุนมากมายในช่วง 2 ปีนี้

Q: ทำไมคุณถึงตัดสินใจบุกเข้าสู่ตลาดอเมริกา?

CL: มันเป็นความฝันของฉันค่ะ ตอนที่ฉันออดิชั่นเข้ามาที่ YG ฉันเคยให้เทปเดโม่ของฉันกับท่านประธานยางค่ะ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันพูดว่า “ฉันอยากเป็นศิลปินชื่อดังในอเมริกา” แบบนี้น่ะค่ะ ซึ่งนั่นเป็นตอนที่ฉันอายุ 15 ปี จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าประเทศอเมริกานั้นสำคัญนะคะ แต่เป็นเพราะว่าเมื่อตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันได้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับการฟังเพลงป็อป ซึ่งฉันได้รับอิทธิพลมาจากคุณพ่อของฉัน ดังนั้นแนวเพลงที่มีอิทธิพลกับฉันมากที่สุดจึงเป็นเพลงป๊อปค่ะ ฉันฝันขณะฟังเพลงป๊อปและฉันก็อยากทำเพลงป๊อปบ้างในอเมริกา

Q: เพลงอเมริกันเพลงแรกของคุณอย่าง “Lifted” ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีมาก ถึงขนาดติดอันดับใน Billboard Hot 100 เชียวนะ

CL: ถึงเพลงนี้จะไม่ใช่เพลงโปรโมทอย่างเป็นทางการ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณทุกคนมากที่ชอบเพลงนี้ค่ะ ตัวฉันนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากเด็กฝึกเลย แต่เมื่อฉันปล่อยเพลงนี้ออกมา ฉันก็ได้รับการช่วยเหลือจากท่านประธานยางมากมายเลยค่ะ

Q: ท่านประธานยางฮยอนซอกสำหรับคุณแล้วเป็นคนยังไง?

CL: เขาเป็นเหมือนคุณพ่อค่ะ แต่เป็นคุณพ่อฉันไม่สามารถเจอเขาได้บ่อยๆ เพราะในค่ายเรามีศิลปินเยอะมาก ดังนั้นฉันจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้ใกล้ชิดท่านประธานสักเท่าไหร่ค่ะ แต่เมื่อฉันบอกเขาว่าฉันมีบางสิ่งที่อยากจะทำ อย่างเพลง “GOODBYE” เขาก็จะคอยรับฟังและเชื่อฉันเสมอค่ะ จากนั้นก็จะให้ฉันซ้อม ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจมากขึ้นค่ะ

2ne1_1484953323_af_org

Q: ท่านประธานยางได้ให้สัมภาษณ์ว่า 2NE1 อาจจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเหมือนวง S.E.S ก็ได้

CL: ฉันก็คิดว่ามันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะคะ ถ้าสมาชิกทั้งสี่คนคิดเหมือนกันและเงื่อนไขต่างๆนั้นต้องถูกต้องด้วย ซึ่งฉันก็คงรู้สึกดีใจมากแน่ๆถ้าวันนั้นมาถึง

Q: เราจะได้เห็น 2NE1 ในอีก 20 ปีข้างหน้าไหม?

CL: ก่อนอื่นเลย เราคงต้องทำให้ร่างกายให้แข็งแรงก่อนเพื่อที่จะร้องเพลง “Fire” ในอีก 20 ปีข้างหน้าได้ เพราะท่าเต้นเพลงนี้ดุดันมากค่ะ พวกเราคงต้องเตรียมตัวกันให้ดีสินะคะ

 

 

 

CREDIT

Source: http://bit.ly/2kc996W

Eng Translated: KIMJ1WON

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][INTERVIEW] CL in Highsnobiety Magazine (April 2016)

.

IMG_8904

CL เป็นคนแบบไหน?

“ฉันเป็นคนประเภทที่ว่า ‘ต้องเดี๋ยวนี้ ตอนนี้’ ค่ะ ฉันเชื่อในปัจจุบันมากกว่า และฉันก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดค่ะ”

 

IMG_8905

ขุมพลังของ CL

“ฉันได้รับแรงบันดาลใจมาจากผู้หญิงในครอบครัวค่ะ พวกเธอมีพลังที่แข็งแกร่งมากจริงๆ ฉันบอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะว่าเป็นยังไง แต่เวลาที่ฉันอยู่กับพวกเธอฉันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของห้องแสดงผลงานศิลปะด้วย บางคนเป็นนักธุรกิจ หรือเป็นแม่บ้านก็มีค่ะ”

 

IMG_8896

CL กับความฝัน

“ฉันอยากเป็นแม่คนบ้าง นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากเป็นมากจริงๆค่ะ”

 

IMG_8893

CL พูดถึงเพลง Hello Bitches

“คำว่า ‘bitch’ ใช้พูดเล่นกับเพื่อนๆก็ได้ค่ะ ส่วน ‘Hello Bitches’ เพลงนี้คือของขวัญสำหรับแฟนๆชาวเอเชียที่รอคอยการคัมแบคของฉันค่ะ แต่ฉันก็หวังว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงเปิดตัวที่ดีของฉันในอเมริกา ฉันรู้สึกว่าเพลงนี้แสดงความเป็นตัว ‘ฉัน’ ได้ดีและยังโฟกัสที่เอกลักษณ์ของฉันด้วยค่ะ”

 

IMG_8899

วิธีรักษาสุขภาพของ CL

“ฉันต้องนอนให้ได้ 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการควบคุมอาหารที่ทานเข้าไปก็สำคัญเหมือนกันค่ะ นี่คือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ในหลายปีที่ผ่านมานี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องให้ความสนใจกับการรักษาสุขภาพค่ะ แล้วก็ต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันสามารถผ่านสถานการณ์ต่างๆมาได้ค่ะ”

 

IMG_8892

เป้าหมายสุดท้ายของ CL

“ความฝันของฉันคือทำในสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ต่อไปค่ะ ฉันอยากทำงานมากกว่านี้ ฉันอยากพบเจอผู้คนมากขึ้นและอยากเรียนรู้ให้มากกว่านี้ ฉันอยากเปิดโลกทัศน์ และอยากมีประสบการณ์หลายๆอย่างในชีวิตค่ะ”

 

 

CREDIT

Source: Highsnobiety Magazine (SCAN by ChaerinThailand )

PIC: CL’s IG / ChaerinThailand  / WE LOVE CHAERIN

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

DO NOT EDIT AND PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][INTERVIEW] CL on InStyle Korea September 2015 Part I

.

11898618_862784700436707_621321194306195623_n

Q: เราอยากรู้กิจวัตรประจำวันของคุณขณะทำอัลบั้มหน่อย

CL: ฉันเพิ่งอัดเพลงเสร็จเองค่ะ ฉันเข้าสตูดิโอทุกวันตั้งแต่เดือนกันยายนปีก่อนจนกระทั่งเดือนที่แล้ว และแล้วเวลานั้นก็ได้ผ่านไป ฉันเพิ่งถ่ายทำมิวสิควิดิโอและทำปกอัลบั้มเสร็จแล้ว… ที่เหลือก็แค่ปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดสุดท้ายค่ะ

Q: Diplo กับ Skrillex กำลังทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ ฉันได้ยินว่าขนาดของงานเทศกาลที่ LA สุดยอดมากๆ

CL: ฉันสนิทกับทั้งคู่ค่ะ พวกเขาคือคนที่คอยสนับสนุน คอยช่วยเหลือฉันในงานต่างๆ และยังเป็นคนที่เชื่อใจฉันเสมอด้วย พวกเขาชวนฉันให้ขึ้นเวทีด้วย ดังนั้นฉันจึงได้ร่วมแสดงร่วมกับพวกเขาบนเวที ต้องขอบคุณทั้งคู่ที่ทำให้ฉันสามารถขึ้นแสดงที่งาน MDBP ได้ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่สามารถประมานจำนวนคนจากบนเวทีได้ แต่น่าจะมีคนสัก 6,000 คนในงานนี้ค่ะ เวลาที่ฉันคิดถึงตอนตัวเองอยู่บนเวที ฉันจะได้รับพลังงานดีๆมากมายเลยค่ะ

Q: นักดนตรีอย่าง Diplo กับ Skrillex มีอารมณ์และสไตส์ที่เข้าใจยาก เป็นเรื่องน่าสนใจมากที่เห็นคุณสนิทกับพวกเขา

CL: เพื่อนของฉันเป็นคนใจกว้าง พวกเขาไม่มีอคติใดๆเลย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฉันสนิทกับพวกเขาได้ง่ายค่ะ กิจกรรมต่างๆที่ฉันทำในเกาหลีหรือเอเชียไม่ได้ทำในใต้ดินใช่ไหมคะ? แต่ที่นี่ กิจกรรมใต้ดินนั้นสำคัญพอๆกับกิจกรรมหลักเลยค่ะ การที่ฉันสามารถเข้าร่วมในสถานที่ที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อนนั้นน่าตื่นเต้นมากๆค่ะ

Q: Scooter Braun คือผู้จัดการที่ดูแล Justin Bieber เขาได้ขออะไรจากคุณเวลาทำงานร่วมกับเขาไหม?

CL: เขาบอกฉันว่าคงจะดีมากถ้าฉันยังเป็นตัวของตัวเอง ถึงแม้ว่าฉันจะโปรโมทในอเมริกา แต่เขาก็บอกให้ฉันทำในสิ่งที่ฉันเคยทำหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากเกาหลีและเอเชียค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับวิถีหรือสไตส์ของอเมริกันก็ได้ ฉันต้องทำเพลงเป็นภาษาอังกฤษ แต่เขาก็ยังสนับสนุนให้ฉันแสดงความเป็นตัวเองออกมา ฉันรู้สึกสบายใจเมื่อได้ยินคำเหล่านั้นค่ะ ฉันมาอยู่ที่อเมริกา ฉันคิดว่าฉันจะรู้สึกอย่างไรนะถ้าเขาบอกให้ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเอง?  ฉันรู้สึกว่าเขาค่อนข้างใจกล้าที่ยอมรับฉันในฐานะศิลปินที่แท้จริง

 

.

11947838_862784090436768_4702973202907698711_o

.

Q: เช่นเดียวกับ Diplo ฉันได้ยินมาว่ามีศิลปินหลายคนชื่นชมอัลบั้มนี้มาก คุณคิดว่าอัลบั้มที่จะปล่อยออกมาในเดือนกันยายนนี้เป็นแบบไหน?

CL: อ่า ฉันมีเพลงโซโล่แค่สองเพลงคือ “The Baddest Female” กับ “MTBD” ใช่ไหมคะ? อัลบั้มนี้จะมีความเป็น CL มากขึ้น ถ้าคุณคาดหวังว่าแนวเพลงแบบ 2NE1 คุณคงคิดว่าอัลบั้มนี้ต่างออกไปค่ะ ถ้าฉันจะทำเพลงที่เป็น 2NE1 ฉันก็จะทำเพลงร่วมกับพวกเธอค่ะ

Q: วัฒนธรรมอเมริกาและเกาหลีแตกต่างกัน ดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะไม่ใช่เรื่องเอะใจอะไรในช่วงโปรโมทอัลบั้มสินะ  

CL: อืม… จริงๆฉันก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้นะ ช่วงเวลาที่ฉันโปรโมทโซโล่ในเกาหลีนั้นไม่นาน ทุกคนอาจจะรู้จัก CL จาก 2NE1 แต่ยังมีอีกหลายๆอย่างที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับฉัน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่ค่อยกังวลสักเท่าไหร่ที่จะแสดงภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากเดิม ฉันสามารถแสดงสิ่งที่ฉันต้องการโดยไม่ต้องกังวลในขณะโปรโมทเพลงค่ะ

Q: คุณได้ร่วมร้องเพลง “Doctor Pepper” ของ Diplo ซึ่งเป็นเพลงแนวฮิพฮอพ อิเล็คโทร แล้วบอกหน่อยได้ไหมว่าแนวเพลงอัลบั้มใหม่ของคุณเป็นแนวไหน?

CL: คงจะเป็นฮิพฮอพแบบในเมืองมั้งคะ? จริงๆมันยากที่จะจัดเพลงของฉันอยู่ในแนวไหนนะ ในอัลบั้มนี้มีแนวเพลงหลายๆแนวมารวมกัน ถ้าฉันบอกคุณตอนนี้มันก็ไม่สนุกสิคะ ถ้าคุณไม่รู้ คงจะตื่นเต้นตอนได้ฟังมากกว่านะ (หัวเราะ)

.

.

11872112_862784423770068_2825008211862624718_o

.

Q: ฉันได้ยินมาว่าสารคดีของดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Jeremy Scott จะปล่อยออกมาในเดือนกันยายน ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาปล่อยอัลบั้มของคุณเลย คุณทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันจริงๆ

CL: เป็นช่วงเวลาที่ดีเลยใช่ไหมล่ะคะ!? ฉันยังไม่รู้วันปล่อยอัลบั้มจริงๆหรอก ฉันได้ไปร่วมงานการถ่ายทำที่ผ่านมา แต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเขากำลังถ่ายจริงๆค่ะ ฉันสนุกกับการอยู่หลังเวทีโชว์ของ Jeremy โดยปกติแล้วคุณจะไม่ทักทายกันระหว่างเตรียมตัวหรือแสตนบายค่ะ แต่การคอยสังเกตขั้นตอนต่างๆหลังเวทีนั้นน่าสนใจนะ ถ้าฉันรู้ขั้นตอนต่างๆแล้ว ฉันก็สามารถเรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายต่างๆได้ค่ะ

Q: แม้กระทั่งทัศนคติของคุณยังดีขนาดนี้ได้ยังไงกัน?

CL: ฉันตลกใช่ไหมล่ะคะ? ถ้าฉันเป็นผู้หญิงร้ายๆอย่างในเพลง “The Baddest Female” ฉันก็คงน่าเบื่อนะ

.Q: ถ้าคุณกำลังจะจัดงานปาร์ตี้ร่วมกับเพื่อนๆ คุณคิดว่าบทบาทของ CL ในงานคืออะไร?

CL: ปกติแล้วฉันไม่ใช่คนดื่มเยอะ ฉันสามารถจัดการตัวเองได้ค่ะ และเนื่องจากลักษณะงานของฉัน ฉันจึงไม่สามารถหลับสนิทได้ ฉันมักจะตื่นบ่อยๆกลางดึก หนทางที่จะผ่านเรื่องพวกนั้นมาได้ก็คือ ยิ้มให้กับทุกคน สร้างความทรงจำเยอะๆ และก็หาความสุขในการทำงานของฉันค่ะ ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะมีความสามารถที่ทำให้ทุกคนสนุกสนานได้ เหมือนกับผู้นำนันทนาการค่ะ

.

11882818_862784167103427_179534510813541825_o

.

Q: เราเห็นภาพที่คุณถือธงประเทศเกาหลีที่งาน MDBD ของ Diplo นอกจากนี้คุณยังเสนอความเห็นเกี่ยวกับการสวมชุดฮันบกในการถ่ายนิตยสารด้วย ยิ่งกว่าธรรมชาตินิยม ดูเหมือนว่าจะมีเหตุผลเฉพาะ (สำหรับการแต่งชุดฮันบก) ในครั้งนี้ใช่ไหม?

CL: มีคนเกาหลีมากมายอาศัยอยู่ในอเมริกา โดยเฉพาะใน LA ค่ะ คนเกาหลีหลายๆคนทำธุรกิจของตัวเองแล้วปักหลักอาศัยอยู่ที่นั่นเลย จริงๆมันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขาทำงานอะไร แต่อย่างไรก็ตามฉันก็ยังอยากสร้างภาพลักษณ์ที่หลากหลายของชาวเกาหลี มันไม่ใช่ความสำนึกในหน้าที่อะไรค่ะ แต่คงจะดีมากถ้าฉันสามารถทำอะไรแบบนั้นได้ อ่า ผู้ฟังในงานถือธงประเทศเกาหลีอยู่ พอ Diplo เห็นเข้า เขาจึงนำมันมาให้ฉันค่ะ

Q: สิ่งที่คุณรู้สึกโชคดีในฐานะศิลปินหญิง?

CL: โลกใบนี้เป็นโลกที่ผู้ชายสามารถทำได้ทุกอย่าง คนที่มีบริษัทเป็นของตัวเองและทำเพลงมักจะเป็นผู้ชายค่ะ เป็นเรื่องยากจริงๆสำหรับผู้หญิงอย่างฉัน ซึ่งมันมีอยู่ 2 ทาง คือ ทำในสิ่งที่คุณทำได้เพราะเป็นผู้หญิงหรือให้ผู้ชายจัดการ ฉันคิดว่าฉันเลือกทางที่ฉันสามารถเข้ากันได้ดีกับผู้ชายค่ะ

Q: ถ้าอย่างนั้น พ่อของคุณเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้านใช่ไหม?

CL: ค่ะ ตอนที่ฉันเป็นเด็กฝึกที่ YG นอกจากสมาชิกวง 2NE1 แล้วคนอื่นๆในค่ายเป็นผู้ชายหมดเลยค่ะ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีเด็กฝึกผู้หญิงแล้วก็ตาม ในช่วงที่ฉันอายุยังน้อย ฉันก็อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นล่ะค่ะ ดังนั้นฉันจึงคิดว่าฉันสนิทกับพวกผู้ชายได้เร็ว จึงเป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะสนิทกับพวกผู้หญิงค่ะ (หัวเราะ)

.

10455134_862784257103418_7367135875652788103_n

.

Q: เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่พูดถึงคุณพ่อของคุณในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คุณพ่อที่เป็นนักฟิสิกส์มีอิทธิพลต่อคุณอย่างไร?

CL: จริงๆตอนฉันยังเด็กฉันไม่ได้สนใจฟิสิกส์เลยค่ะ มันดูซับซ้อน ฉันไม่รู้จริงๆว่าทำไมคุณพ่อของฉันถึงสนใจด้านนี้ แต่ฉันมาชอบฟิสิกส์มากขึ้นตอนโตค่ะ ฉันสนใจฟิสิกส์กับวิทยาศาสตร์ ไม่มีกฎข้อไหนบอกว่านักดนตรีต้องศึกษาเกี่ยวกับดนตรีอย่างเดียวใช่ไหมล่ะคะ? หลายครั้งเลยที่ฉันได้ความรู้จากได้อื่นๆเข้ามาช่วยค่ะ

Q: คุณเคยบอกว่าอยากศึกษาด้านจิตวิทยาเมื่อสักพักหนึ่ง?

CL: การศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์เป็นเรื่องน่าสนใจค่ะ ฉันอยากรู้ในสิ่งที่ผู้คนคิดกัน ฉันอยากมีปรัชญาของตัวเอง คงจะดีนะคะถ้าทุกคนถามฉันว่า “ทำไมล่ะ?”

Q: จากบทสัมภาษณ์ที่แล้ว คุณสัมภาษณ์ว่าคุณมีความกังวลหลายเรื่อง แล้วตอนนี้ความกังวลนั้นยังอยู่ไหม?

CL: ใครๆก็มีความกังวลใช่ไหมล่ะคะ? เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะไม่ชอบตัวเอง ถึงอย่างนั้นฉันก็ยอมรับสิ่งเหล่านั้นค่ะ ฉันคิดว่าความสมบูรณ์แบบ การมีใบหน้าที่ไร้ที่ติ หรือบ้านที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยค่ะ มีคนบอกว่า “ความกังวล” คือเวลาที่ใครคนนึงคิดว่าตัวเองไม่เหมือนใครอีกคนนึง ฉันคิดว่าเวลาที่คุณรู้สึกว่าความแตกต่างนั้นเป็นลักษณะเฉพาะคน คุณก็จะเป็นคนที่มีเอกลักษณ์ค่ะ การไม่ใช่คนเกรดเอหรือคนที่สมบูรณ์แบบ 100% ในสายตาคนอื่น แต่เป็นคน 0% ที่อยู่นอกกรอบนั้นมีเอกลักษณ์กว่าว่าไหมคะ?

.

Part I (Reading)    l     Part II (Coming Soon)

.

.

CREDIT

Photo Scanned: 하얀나무

Eng Translated: @whitewoodGZB & @C4Z93

Thai Translated: moonoiaom for ChaerinThailand

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT

[iTranslation][INTERVIEW] 140709 Taeyang GQ KOREA, “To me” Part II

 

1

 

ตอนนี้เราเข้าสู่ครึ่งหลังของอัลบั้มนี้แล้ว ซึ่งเพลง This Ain’t It’ เป็นเพลงที่คาดไม่ถึงมากที่สุดในอัลบั้ม โดยส่วนตัว เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดด้วย

เพลงนี้เป็นเพลงที่คาดไม่ถึงสำหรับผมเช่นกัน ผมได้ยินโดยบังเอิญและก็รู้สึกชอบมันแต่ก็ยังไม่ได้ร้องครับ จนกระทั่งท่านประธานบอกว่าเพลงนี้จะบริสุทธิ์มากถ้าผมร้อง ดังนั้นผมจึงบอกกับท่านประธานว่าผมจะลองดูครับ

 

มันเป็นแนวเพลงที่แตกต่างจากอัลบั้มก่อนที่คุณเคยทำ และผมก็พบว่าวิธีการออกเสียงและการใช้ถ้อยคำในการอธิบายสิ่งต่างๆของคุณชัดเจนและมีชีวิตชีวา คุณรู้สึกอย่างไรเวลาร้อง?

ก็ไม่ค่อยชินครับ เนื่องจากมันไม่มีจังหวะ และคุณต้องพึ่งความรู้สึกของตัวเองไปจนจบเพลง ตอนแรกผมก็ทำพลาดครับ ผมพยายามร้องในแบบของผม จากนั้นผมก็พยายามร้องเหมือนกับผมกำลังร้องไห้ แต่ความรู้สึกบางอย่างนั้นบอบบาง จนรอบที่ห้า (ที่ร้อง) ผมถึงพบวิธีร้องของตัวเองครับ

 

ผมพบว่าการออกเสียงของคุณน่าสนใจมาก คุณออกเสียง (สระ) ออเป็นเสียงบางอย่างที่อยู่ระหว่าง (สระ) ออกับ อือโดยการใช้ภาษาพื้นเมืองของจังหวัดคย็องกี

มัน อืม… อย่างที่ผมบอกกับคุณแหละครับว่า ผมพยายามร้องเพลงในแบบของผมในตอนแรก แต่ผมก็คิดว่ามันยากจริงๆครับ คนที่ฟังคงคิดว่า “ทำไมต้องร้องเพลงด้วยสำเนียงทื่อๆแบบนั้นด้วย?” แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินแบบนั้นมาก่อนนะ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี มันเป็นไปตามธรรมชาติ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้พยายามร้องเพลงตามที่กำหนดไว้เพราะมันจะทำให้รู้สึกเหมือนถูกบังคับ ผมเพิ่งคิดได้หลังจากบันทึกเสียงเสร็จเหมือนกันครับว่า “ทำไมผมถึงออกเสียงอย่างนั้นนะ?”

 

นี่เป็นเรื่องขบขันที่นักร้องจากเมืองอึยจองบูสามารถเล่าได้เท่านั้นสินะ

(หัวเราะ) การออกเสียงเป็นสิ่งสำคัญมากๆครับ ผมไม่ได้หมายความว่าคุณต้องพูดให้ชัดตลอด มันเหมือนกับว่าคุณสามารถเข้าใจในสิ่งที่คุณแสดงออกมาโดยสัญชาติญาณ ซึ่งเพลง ‘This Ain’t It’ ก็เป็นเพลงที่ไม่คาดคิดสำหรับผมเหมือนกันครับ

 

เพลง ‘This Ain’t It’ เป็นเพลงแรกของคุณที่ผมฟังระหว่างทางกลับบ้าน ผมคิดว่ามีบางสิ่งที่ค่อนข้างจะมีความหมายกับคุณมากนะแทยัง

ใช่ครับ พอได้ยินคุณพูดแบบนั้น ผมก็รู้สึกดีนะ

 

คุณเคยพูดถึงการร้องเพลงร่วมก่อนหน้านี้ แต่เพลงถัดมาอย่าง  ‘Let Go’ ทำให้ผมนึกถึงโจยองพิล

ผมจำครั้งแรกที่ได้ยินทำนองของเพลงนี้ได้ ผมได้ยินมันระหว่างลงจากชั้นสามไปยังชั้นสอง ผมชอบทำนองของมันจริงๆครับ ผมเพิ่งมานึกถึงเพลงของรุ่นพี่โจยองพิล “โอ้ มันควรจะอย่างนั้น” แต่ผมก็ไม่ได้ใช้มันเป็นบรรทัดฐานหรืออะไร หลังจากนั้นผมก็คิดเรื่องการเปลี่ยนแผนการทำอัลบั้มนะ แต่ดูเหมือนว่าผมจะทำได้แค่คิดนั่นแหละครับ (หัวเราะ)

 

และก็ถึงคิวของเพลงสุดท้ายในอัลบั้มอย่าง ‘Love You To Death’ หลังจากที่ปล่อยอัลบั้ม คุณได้บอกในการแถลงข่าวว่าเพลงนี้คือเพลงโปรดของคุณ และเพลงนี้เกือบจะไม่ได้ใส่ลงไปในอัลบั้ม ผมคิดว่าเราสามารถตีความได้สองอย่าง นั่นก็คือ คุณเพิ่มเพลงนี้ลงไปเพราะว่ามันคือเพลงโปรดของคุณจากเพลงที่คุณต้องการทำจริงๆ หรือเพลงนี้ค่อนข้างจะเหมาะสมกับอัลบั้มนี้

เป็นความจริงครับที่บอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบ แต่จริงๆก็มีเพลงอื่นๆที่ผมชอบมากกว่าจากการทำงานร่วมกับ Happy Perez เหตุผลที่ผมเลือกเพลง ‘Love You To Death’ เพราะว่าเพลงนี้เหมาะกับอัลบั้มนี้ที่สุด นอกจากนี้ ผมยังชอบเนื้อเพลงด้วย มันน่าหลงใหลนะเวลาที่คุณบอกว่าคุณสามารถตายเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้ ดูเป็นสุภาพบุรุษดีครับ

 

2

3

 

คุณหลงใหลมัน?

ครับ

 

คุณเข้าใจบางอย่างหลังจากที่ผ่านประสบการณ์ด้านความรักมาแล้ว?

ผมก็คิดว่าอย่างนั้นนะครับ เวลาที่คุณชอบใครสักคน คุณจะร้อนรุ่มมากๆ ผมรู้ได้จากตัวเองเนี่ยแหละ ผมรู้ว่าผมควรควบคุมตัวเองล่วงหน้าเพื่อที่จะไม่ตกอยู่ในความรู้สึกนั้น

 

ถ้ามันเป็นเรื่องง่ายขนาดนั้น ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงมีเพลงรักมากมายบนโลกนี้ล่ะ?

ก็จริงนะ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย…

 

มีครั้งหนึ่ง ผมได้ฟังเพลงใน iTunes ซึ่งเพลง Wicked Games’ ของ The Weeknd นั้นเป็นเพลงที่ต่อจากเพลง ‘Love You to Death’ ของคุณ มันก็รู้สึกดีแปลกๆนะ เหมือนกับว่าหนังเรื่องหนึ่งได้จบลงและเริ่มต้นใหม่ในทางที่แปลกและใหม่?

ผมคิดว่า… ผมควรนำเสนออัลบั้มนี้ในทางที่แตกต่างกันนะครับ

 

คุณค่อนข้างรอบคอบนะ

คุณรู้ไหม อัลบั้มจะปล่อยเมื่อถึงเวลาปล่อย และคอนเสิร์ตก็จะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาเช่นกันนะครับ (หัวเราะ)

 

คุณกำลังทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นใช่ไหม?

ผมก็อยากทำนะ การกระตุ้นที่ใหญ่ที่สุดในการปล่อยอัลบั้มนี้คือการแสดง และเมื่อปล่อยอัลบั้มมาแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือแสดงครับ ผมคิดว่าหลังจากทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นแล้ว ผมจะสามารถแสดงคอนเสิร์ตในเกาหลีมากขึ้นครับ

 

แล้วสิ่งที่จะทำต่อไปคือ?

มันก็พูดยากนะครับ ไม่ว่าจะผ่านอัลบั้มนี้ หรือแต่ละการแสดง หรือแม้กระทั่งความเข้าใจผิดและการแก้ไขความเข้าใจผิด ผมก็หวังว่าขั้นตอนต่างๆเหล่านี้จะทำให้ผมได้เข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองในฐานะนักร้องครับ ผมคิดว่าผมอาจจะพบด้านที่แตกต่างของตัวเองมากขึ้นในอัลบั้มนี้ จะเรียกว่าความมั่นใจก็ได้นะครับ  บางทีนี่อาจจะเป็นภาพลักษณ์ที่ตัวผมเป็นคนสร้างเองก็ได้ แต่ผมไม่ชอบทำเพลงในขณะที่รู้สึกว่าความสนใจของทุกคนคือต้องการหาภาพลักษณ์ในตัวผมเท่านั้น ซึ่งเวลาที่มีโอกาสเข้ามา ผมก็อยากจะเผชิญหน้ากับมันดู  ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ของผม หรือปฏิกิริยาต่างๆ ผมคิดว่าผมก็ต้องไปทางนั้น ไม่ว่าจะต้องผ่านการต่อสู้ภายในหรือผ่านการเดินทาง สุดท้ายแล้ว อารมณ์และความรู้สึกของผมในฐานะนักร้องก็จะแข็งแกร่งขึ้น ผมอยากจะชักชวนคนอื่นๆด้วยเสียงเพลงและฉายภาพตัวเองอยู่ในนั้นครับ

 

ยิ่งกว่าคนอื่นๆ สำหรับผมนั้น ผมกำลังร้องเพลงให้กับตัวเอง” นี่คือความประทับใจที่ผมได้รับ

ใช่เลยครับ

 

คุณพอใจกับการเป็นนักร้องไหม แทยัง?

เมื่อก่อนตอนที่ผมทำเพลง ‘Where U At’ ผมคิดว่าผมพอใจกับความคิดที่ผมได้ทำในสิ่งที่ผมต้องการทำแล้ว แต่ถ้าคุณถามผมในตอนนี้ล่ะก็ ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันครับ แต่ผมสามารถบอกคุณได้ว่าผมชอบตัวเองที่เป็นนักร้องในตอนนี้ และผมคิดว่าผมจะชอบตัวเองมากขึ้นในอนาคตด้วย

 

ผมควรตะโกนว่า “สู้ๆนะ!” สินะ

(หัวเราะ) ก่อนที่ผมจะมองตัวเองในฐานะนักร้อง ผมจะมองและศึกษาคนที่ผมคิดว่าคือนักร้องจริงๆ ซึ่งรุ่นพี่โจยองพิลก็คือหนึ่งในนั้น นอกจากนี้ยังมีรุ่นพี่คิมชูจาอีกด้วยครับ หลังจากที่ผมได้ฟังเพลงในอัลบั้มของเธอ ผมรู้สึกว่าผมเริ่มจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างที่ผมไม่เคยเข้าใจมาก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมอาจจะคิดว่า “มันเจ๋งไปเลย ฉันอยากจะเป็นแบบนั้นจัง” แต่ตอนนี้ผมพบว่าความรู้สึกนั้นอยู่ในตัวผมแล้ว ผมคิดว่าผมมาถูกทางในฐานะนักร้องแล้วครับ

 

อัลบั้มของคิมชูจาปล่อยในวันเดียวกับอัลบั้มของคุณ ในฐานะผู้ฟังนั้น ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่ตลกจริงๆ

ผมไม่รู้จักรุ่นพี่คิมชูจามาก่อนครับ แต่หลังจากได้ฟังอัลบั้มของเธอแล้ว ผมก็รู้สึกประหลาดใจกับการแสดงความรู้สึกของเธอว่ามีนักร้องที่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเธอด้วยเหรอ มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันคือการร้องเพลงในแบบของคุณเอง ทำไมมันถึงสำคัญและยากขนาดนี้กันนะ? ความฝันของผมคือการทำเพลงและการแสดงที่สามารถโน้มน้าวคนอื่นโดยปราศจากข้อกังขาได้ครับ ผมมั่นใจว่าผมสามารถข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆได้ การไม่กลัวอะไรเลยมันก็ดูเท่ดีครับ นักร้องต้องการเป็นคนที่สุดยอดอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่านักร้องที่พยายามทำแบบนั้นเขาจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้คนนะ ไม่ค่อยมีคนสังเกตกันหรอก แต่เพราะอย่างนั้นแหละครับ มันทำให้มาตรฐานลดลงไป

 

สิ่งที่คุณทำได้นั่นก็คือก้าวไปข้างหน้าต่อไปในเส้นทางของคุณ คุณโชคดีนะที่สามารถเดินไปในเส้นทางกับคนอื่นที่โด่งดังได้รวมถึงคนอื่นๆที่เจ๋งๆด้วย

ครับ

 

ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าคุณไม่มีอะไรจะพูด?

เปล่านะครับ

 

เราควรพูดถึงสวนและการตกแต่งภายในดีไหม? คุณดูจดจ่อกับมันนะ

ครับ ผมย้ายไปอยู่บ้านที่มีสนาม ผมก็เลยเริ่มสนใจอะไรพวกนี้น่ะครับ มีโต๊ะที่ผมอยากได้ด้วย แต่มันมีราคาแพงไปผมจึงไม่คิดจะซื้อใหม่ แต่ผมได้ยินว่าคุณสามารถซื้อตอนราคามันถูกลงถ้าเป็นแบบวินเทจ

 

มีต้นบอนไซที่นี่ด้วยนะ

มันคือต้นซากุระครับ เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ดอกซากุระสัมผัสหัวใจผมในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้มากๆครับ ผมมองดูกลีบของมันร่วงลงไปตามพื้นถนนและคิดว่า “พวกมันบานเพียงปีละครั้งจากนั้นก็หายไปอย่างสวยงาม” ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย ดังนั้นผมจึงซื้อบอนไซและวางแผนว่าจะปลูกต้นซากุระในสนามของบ้านใหม่ผมด้วยครับ

 

4

 

Part 1 l Part 2 (Reading)

 

CREDIT

Source: http://www.gqkorea.co.kr

Eng Translated: Silly for alwaystaeyang.wordpress.com.

Thai Translated: moonoiaom

PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS